คนหนึ่งกับลาตัวหนึ่งมองเห็นหลินลู่ยืนอยู่ข้างรถบัสแต่ไกล สีหน้าเคร่งเครียด
มีคนยืนล้อมอยู่หน้ารถบัสเป็นวง ส่วนใหญ่เป็นผู้รอดชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่น ต่างหดคอระแวงภัยกันไปหมด
เห็นได้ชัดว่าการตายอย่างมีเงื่อนงำของคนหลายคนติดต่อกัน ได้สร้างความหวาดผวาไปทั่วค่าย
กลางฝูงชนมีศพหนึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาด ๆ
มือซีดขาวห้อยลงข้างลำตัว โคลนดำที่ติดอยู่ตามซอกนิ้วเห็นเด่นชัดเป็นพิเศษ
หลินลู่ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงหันข้างมานิดหนึ่ง น้ำเสียงแหบพร่า
“มาแล้ว”
เฉินโม่พยักหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินไปข้างศพแล้วใช้ฝักดาบเขี่ยชายผ้าเปิดออก
ชายคนนั้นผอมมาก โหนกแก้มสูง แก้มตอบ
เฉินโม่จำได้ว่าเคยเห็นชายคนนี้ตอนหลินลู่กลับมาเมื่อบ่ายวาน
เขายังเคยช่วยขนเสบียง เป็นชายวัยกลางคนซื่อ ๆ คนหนึ่ง
ตอนนี้ชายคนนั้นเบิกตากว้าง ลูกตาปูดโปน ลิ้นห้อยออกมานอกปาก
สิ่งที่ชวนขนลุกที่สุดคือท้องของศพ
ผิวหนังบริเวณท้องน้อยที่เคยเรียบแบนกลับเปิดอ้าออก ไส้พุงด้านใน...
ว่างเปล่า...
เฉินโม่หันไปมองต้าเหนียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ถ้าจำไม่ผิด เมื่อคืนต้าเหนียวเป็นคนเฝ้าอยู่บนรถบัส
“เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนี้ต้าเหนียวหมดท่าทางโวยวายอย่างที่เคยเป็น เขากำกระบองหนามหมาป่าไว้ด้วยสองมือ แล้วถูมือไปมาอย่างกระวนกระวาย
พอเฉินโม่ถาม ต้าเหนียวก็หดคอ เหมือนเด็กนักเรียนที่ทำความผิดมา
“ผม...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน...”
