กู่ลู่นั่งงอเข่าจนชิดคาง มือทั้งสองกุมศีรษะไว้
ร่างทั้งร่างขดอยู่ในกระเป๋าเดินทางด้วยท่าทางบิดเบี้ยวสุดขีด
เมื่อได้ยินเสียง กู่ลู่ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
เผยให้เห็นใบหน้ากะโหลกที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก กับเบ้าตาดำคล้ำลึกโหลสองข้าง
พอกู่ลู่เห็นดาบยาววาววับในมือเฉินโม่ ก็สะดุ้งจนตัวสั่น
ปากพึมพำเสียงอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง
“กู่... กู่ลู่...”
เฉินโม่มอง “โครงกระดูก” ที่คุ้นตาตรงหน้า มุมปากกระตุกสองครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
แถมยังเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเดินทางอีก?
เฉินโม่วางดาบลง กวาดตามองกู่ลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
นอกจากเนื้อตัวจะสกปรกและมีกลิ่นเหม็นแล้ว ดูเหมือนมันจะไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
แถมเมื่อเทียบกับสภาพร่อแร่เหมือนใกล้ตายเมื่อวาน วันนี้มันกลับดูมีแรงขึ้นด้วยซ้ำ?
ชื่อชื้อกระโดดลงจากพนักเก้าอี้ เดินเข้าไปดมกระเป๋าเดินทาง
จากนั้นก็หันมามองเฉินโม่ด้วยสีหน้าฉงน
“ไอ้หนู...”
“เจ้านี่... วาร์ปได้เหรอ?”
เฉินโม่ไม่สนใจชื่อชื้อ เขาหันไปส่งสายตาให้ต้าเหนียวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ต้าเหนียวยื่นมือคว้าคอเสื้อด้านหลังของกู่ลู่ แล้วหิ้วมันออกจากกระเป๋าเหมือนหิ้วลูกไก่
กู่ลู่ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว มือทั้งสองคว้าอากาศสะเปะสะปะ ปากส่งเสียงอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา
“กิน... กู่ลู่ ๆ...”
ต้าเหนียวใช้มือซ้ายเกาหัว มือขวาหิ้วกู่ลู่พลางหันไปมองเฉินโม่
