“ชาดแดงผนึกมาร....หยางขุ่นสลายเคราะห์ร้าย....เสียงอสนีสะกดปีศาจ.....”
“พวกแกไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน!”
ผิวหนังของคนป่าขนดกแตกปริทีละชิ้น เผยให้เห็นขนดำเป็นมันใต้หนังมนุษย์
ร่างของมันพองขยายอย่างรวดเร็ว หนังมนุษย์ของยายแก่ถูกดันจนฉีกขาดในพริบตา เศษชิ้นเนื้อปลิวกระจายไปทั่ว!
ตอนนี้คนป่าขนดกสูงถึงสองเมตรครึ่ง
แขนทั้งสองข้างยาวจนปลายนิ้วเกือบแตะเข่า เล็บแหลมคมดำสนิทราวกับหมึก คล้ายมีดสั้นหลายเล่ม
ดวงตาโตเท่าระฆังทองแดงเปล่งแสงเขียววังเวง สันจมูกยุบแบน ปากอ้ากว้าง
เฉินโม่กำมีดพร้าถางภูเขา พลางประเมินสัตว์ประหลาดตรงหน้า สภาพของมันตอนนี้ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน
ขนดำบนหัวถูกกัดกร่อนจนร่วงไปเป็นแถบ เลือดแดงฉานไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดเพราะแรงสั่นสะเทือนจากเสียงดังสนั่นเมื่อครู่
“ฮึ ๆ ๆ.....”
คนป่าขนดกหัวเราะประหลาด เสียงแหลมบาดหู ราวกับเสียงของผู้คนนับไม่ถ้วนหลอมรวมเป็นเสียงเดียว
“ถ้าฉันไม่ได้กำลังจะเลื่อนขั้นเป็นระดับสอง วันนี้คงพลาดท่าให้พวกแกจริง ๆ!”
“เดิมทีฉันกะจะขังแกไว้ในเขตแดนประหลาดของฉัน แล้วค่อย ๆ เสพสุข ใช้แกช่วยให้ฉันทะลวงขั้น ใครจะคิดว่า....”
ระหว่างพูด คนป่าขนดกก็ประเมินคนทั้งสองตรงหน้าไปด้วย สายตาสีเขียววาวโรจน์เหลือบไปเห็นมีดในมือเฉินโม่ซึ่งเปล่งแสงสีฟ้าโดยบังเอิญ
เฉินโม่จับสังเกตสายตาของมันได้อย่างว่องไว และเริ่มประเมินตัวประหลาดตรงหน้า
“มนุษย์ เรามาทำข้อตกลงกัน”
คนป่าขนดกเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน
“พวกแกไสหัวไปตอนนี้ ฉันจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างอยู่ แบบนี้ดีไหม?”
เฉินโม่มั่นใจว่าสัตว์ประหลาดตรงหน้าบาดเจ็บ แถมยังเจ็บหนักเสียด้วย...
“เฉินโม่”
หูยาหหยามองเฉินโม่ ตัวสั่นเล็กน้อยไปทั้งร่าง
