เฉินโม่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น พลางเขี่ยมันฝรั่งอบที่สุกแล้วขึ้นมา
เขาเป่าให้คลายร้อนก่อนกัดเข้าไปเต็มคำ แล้วเคี้ยวพลางพูดอู้อี้
“แล้วไง?”
“อุตส่าห์เปลืองแรงแทรกซึมเข้ามาในขบวนรถ แถมยังเล่าชีวิตแสนรันทดให้ฟัง ที่แท้ก็แค่อยากเล่านิทานก่อนนอนให้ฉันฟังงั้นเหรอ?”
“เรื่องของเธอยังสู้ลาไม่ได้เลย คราวก่อนเจ้าลาบอกว่าพ่อเล่นพนัน แม่ป่วย น้องสาวต้องเรียนหนังสือ ฟังดูยังน่าเชื่อกว่าของเธออีก”
รอยยิ้มบนใบหน้าหานหนิงปิงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ราวกับฟังคำเหน็บแนมของเฉินโม่ไม่เข้าใจ
เธอเพียงเอียงศีรษะช้า ๆ มุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย
“ผู้ชายที่น่าสนใจจริง ๆ”
“รู้ไหม เมื่อคืนตอนนายดูดซับแก่นพลังงานในรถ ร่างกายถูกพลังงานบ้าคลั่งฉีกกระชาก ท่าทางดิ้นรนอย่างเจ็บปวดแบบนั้น...”
หานหนิงปิงหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังหวนรำลึก
“...ช่างทำให้ฉันเคลิบเคลิ้ม ตราตรึงใจเหลือเกิน”
“คนธรรมดาคนหนึ่งฝืนใช้พลังประหลาดที่รั่วไหลออกมา ทั้งที่มีโอกาสแค่หนึ่งในสิบ แต่กลับถีบประตูสู่ลำดับเปิดออกได้จริง ๆ”
“ขยะลำดับหนึ่ง พาสัตว์กลายพันธุ์ระดับสองที่เป็นลาโง่ ๆ มาด้วย ยังกล้าบุกเข้ามาในถิ่นของฉันแล้วลงมือกับฉันอีก”
“เพื่อรักษาบาดแผล ก็ยังกล้าเสี่ยงถูกปนเปื้อน กลืนกินแก่นพลังงานเข้าไปอีกครั้ง”
“ฉันนี่...ยิ่งชื่นชมนายขึ้นทุกทีแล้วสิ”
รอยยิ้มบนใบหน้าหานหนิงปิงยิ่งกว้างขึ้น ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
“ฉันตั้งใจจะดูนายตายด้วยตาตัวเองนะ”
“ทุกครั้งที่นายใช้พลังเหนือมนุษย์ พิษเยือกแข็งในตัวจะคืบเข้าใกล้หัวใจขึ้นอีกนิด”
