แสงไฟเหนือศีรษะกะพริบวูบ ก่อนจะดับสนิทพร้อมเสียงแป๊ะ
แสงเดียวที่ยังส่องอยู่คือประกายไฟจากกล่องดำหน้าจุดชำระเงิน
ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตจมดิ่งสู่ความมืด
“ตึก... ตึก... ตึก...”
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ไม่ใช่เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้น
กลับคล้ายจังหวะก้าวที่สม่ำเสมอ เป็นเสียงฝีเท้าบนเพดาน
เฉินโม่กับชื่อชื้อมองขึ้นไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ชายในชุดสูทเนี้ยบคนนั้นหายไปแล้ว
สิ่งที่มาแทนคือเงาดำก้อนหนึ่ง
เฉินโม่เพ่งมองอย่างละเอียด ดวงตาค่อย ๆ ปรับชินกับความมืด
รายละเอียดของเงานั้นเริ่มชัดเจนขึ้น
ร่างของผู้จัดการร้านยังคงมีเค้าความเป็นมนุษย์อยู่
สูทที่เคยเรียบร้อยบนตัวฉีกขาดออก ห้อยหลวมอยู่กับร่าง
ดูคล้ายท่อนบนของชุดเอี๊ยม...
แผ่นหลังมีขาแมงมุมลักษณะเป็นปล้องงอกออกมาหกข้าง
ขาปล้องคล้ายแมงมุมกระแทกเพดาน นั่นเองคือต้นตอของเสียง
หัวของสัตว์ประหลาดยังเป็นชายที่ไว้ผมแสกกลางคนเดิม
บนใบหน้าผู้จัดการร้านไม่เหลือความสงบนิ่งแม้แต่น้อย เครื่องหน้าบิดเบี้ยวรวมกัน
มุมปากฉีกถึงใบหู น้ำลายไหลย้อย แววตาเหลือเพียงความคลุ้มคลั่งกับจิตสังหารล้วน ๆ
แรงกดดันไร้รูปร่างโถมเข้าใส่
เฉินโม่สัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังเหนือมนุษย์ในร่างกำลังเดือดพล่านอย่างกระวนกระวาย
ขาลาตันกำยำของชื่อชื้อย่อลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อเกร็งแน่น
กล้ามเนื้อขาลาที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นสีชมพูตัวโคร่งเห็นเป็นรูปชัดเจน พร้อมพุ่งเข้าโจมตีได้ทุกเมื่อ
คนหนึ่ง ลาหนึ่ง และสัตว์ประหลาดหนึ่งตัว เผชิญหน้ากันอยู่ในความมืด
ตอนนี้หูยาหหยาวิ่งออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตไปแล้ว
เธอหลบอยู่หลังรถ มือปิดปากแน่น กลัวว่าจะเผลอส่งเสียงออกมา
ทุกคนคิดว่าการต่อสู้ใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า
ทว่าในจังหวะที่พวกเขากำลังระแวดระวังเต็มที่
