ภายในกระบะบรรทุก เงียบงันไร้เสียง
เฉินโม่จ้องแผงควบคุมรถดัมพ์ สีหน้าสงบนิ่ง
ตอนนี้แผลทะลุที่ไหล่ซ้ายของเขาแข็งตัวแล้ว ความเจ็บปวดแทบไม่เหลือ
แต่เมื่อพยายามเดินพลังเหนือมนุษย์ ความเย็นยะเยือกก็สลายพลังนั้นไปจนหมดสิ้น
“เมื่อกี้...ทำอะไร”
เสียงของเฉินโม่แหบพร่า เขาเค้นแรงเฮือกสุดท้าย พยายามควบคุมเสียงให้สงบนิ่งที่สุด
เมื่อครู่พอลืมตาขึ้น เขาก็เห็นเงาดำกลุ่มหนึ่งลนลานมุดกลับเข้าไปในแผงควบคุม
เสียงของหลี่เสียจากเครื่องเสียงในรถดังขึ้นอย่างหวาดหวั่น สั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
“นะ...นายท่าน...เห็นนายท่านไม่ฟื้นตั้งนาน...ก็เลย...ก็เลยอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ ว่าแผลเป็นยังไงบ้างค่ะ...”
“คะ...คุณฟื้นแล้วก็ดีค่ะ...ขบวนรถประกายไฟมุ่งหน้าไปเมืองถัวแล้ว”
“พะ...พวกเราจะตามไปไหมคะ?”
ตอนนี้หลี่เสียสาปแช่งบรรพบุรุษของเจ้าลาไปถึงสิบแปดชั่วโคตรในใจเป็นร้อยรอบแล้ว
บ้าเอ๊ย!
ลาโง่เอ๊ย!!!
ฉัน! แม่ง! จะ! ฆ่า! แก!
ฉัน! แม่ง! จะ! ฆ่า! ทั้ง! บ้าน!
เมื่อครู่เธอรวบรวมความกล้าทั้งชีวิต เตรียมเข้ายึดร่างชายที่ใกล้ตายคนนี้
แต่ไม่คิดเลยว่าในกระเป๋าของเฉินโม่จะมีแผ่นยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งระเบิดแสงสีทองเจิดจ้าออกมา
มันไม่เพียงผลักวิญญาณแค้นของเธอออกไปอย่างรุนแรง จนร่างวิญญาณแทบแหลกสลาย ยังปลุกสติของเฉินโม่ให้ตื่นขึ้นมาได้อีกด้วย!
หลี่เสียพลันนึกได้ว่าแผ่นยันต์นี้เป็นของที่เจ้าลาแอบยัดใส่กระเป๋าเฉินโม่ก่อนจากไป!
