เส้นผมยาวปอยหนึ่งปลิวขึ้นตามเสียง ก่อนจะสลายไปในสายลมหิมะ
เมื่อครู่นี้เอง
ปราณดาบสีแดงคล้ำเฉียดหนังศีรษะของซูเชี่ยนผ่านไป
มันฝืนเปลี่ยนวิถีการโจมตีของตั๊กแตนดาบสีขาว
จึงทำให้ซูเชี่ยนมีเวลาตอบสนอง
ซูเชี่ยนยังคงขวัญผวาไม่หาย
อาศัยแรงส่งย่อตัวลงตรงนั้น หลบคมแสงเย็นเยียบที่หมายเอาชีวิตได้อย่างหวุดหวิด
ซูเชี่ยนกลิ้งตัวไปด้านข้าง หนีห่างจากภัยคุกคามข้างกายได้ชั่วคราว
“ปัง!”
เสียงกระแทกทุ้มหนักดังตามมาติด ๆ
ขาพลาสติกยาวข้างหนึ่งของเสี่ยวหย่าฟาดลงตรงจุดที่ซูเชี่ยนยืนอยู่เมื่อครู่ ราวกับขวานศึก
ตั๊กแตนดาบที่ล่องหนอยู่กลางอากาศถูกเตะจนเผยร่างในพริบตา
ตั๊กแตนรูปร่างคล้ายมนุษย์ สูงเกือบสามเมตร ลำตัวขาวซีดทั้งร่าง ปรากฏขึ้นท่ามกลางลมหิมะ
มันถอยหลังไปหลายก้าว ร่างสั่นไหวเล็กน้อย
ดวงตาประกอบสองคู่จับจ้องชายตาเดียวที่ปล่อยปราณดาบเมื่อครู่ ในมือเขาถือดาบยาวอยู่
วินาทีถัดมา
“หึ่ง!”
เงาร่างของมันพร่าเลือนอีกครั้ง ก่อนจะหายไปท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายทั่วฟ้า
เสียงปีกกระพือดังขึ้นอีกหน
เฉินโม่ถือดาบยาวโลหิตจันทร์ไว้ด้วยมือเดียว แล้วถอยกรูด
แผ่นหลังแนบเข้ากับตัวรถชื่อชื้อหมายเลข 2
เขาตะโกนใส่ทุกคน
“อย่ามัวแต่ยืนบื้อ! ขยับสิ!”
ตาขวาของเฉินโม่จับจ้องเกล็ดหิมะทุกเกล็ดที่ร่วงหล่นอยู่กลางอากาศอย่างไม่กะพริบ
เกล็ดหิมะในอากาศบิดเบี้ยว แล้วเปลี่ยนทิศทาง
แต่มันเร็วเกินไป จับตำแหน่งที่แน่ชัดไม่ได้เลย
“ข้างบน! ทิศสองนาฬิกา กำลังโฉบลงมา!”
เสียงของหลินลู่แหบพร่า ผ้าขาวกลับมาปิดตาเขาแล้ว
เขาเร่งความสามารถในการรับรู้จนถึงขีดสุด ทำงานหนักเกินกำลัง
เลือดสีแดงเข้มค่อย ๆ ซึมออกมาจากใต้ผ้าขาว
เพื่อจับเส้นทางการเคลื่อนไหวของตั๊กแตนดาบสีขาว
