เหวินจือหยวนถูกสายตาที่เปื้อนรอยยิ้มของหลินเย่มองจนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง บนใบหน้ายังมีไอร้อนจากเมื่อครู่หลงเหลืออยู่
เธอเบือนสายตาหนีเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบาว่า “นายย่างเองเถอะ ฉันกลับไปนั่งแล้วนะ”
พูดจบเธอก็หันตัว ตั้งใจจะเดินกลับไปยังที่นั่ง
“เดี๋ยวก่อน” เสียงของหลินเย่ดังมาจากด้านหลัง เรียกเธอไว้ได้ทันเวลา
ฝีเท้าของเหวินจือหยวนชะงักลง ทั้งสองเท้าหยุดอยู่กับที่ ไม่ได้เดินต่อ
สองมือของหลินเย่ยังคงพลิกเนื้อเสียบไม้บนเตาย่างที่ส่งเสียงฉ่าไม่หยุด ถ่านไฟร้อนอบเนื้อจนไขมันค่อย ๆ ซึมออกมา ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เขามองแผ่นหลังของเหวินจือหยวนแล้วพูดว่า
“ลองดูสิว่าอยากกินอะไร เดี๋ยวฉันย่างให้ก่อน”
ตอนนี้ในใจเหวินจือหยวนสับสนวุ่นวาย ในหัวมีแต่คำพูดที่เธอเผลอหลุดปากไปเมื่อครู่วนเวียนซ้ำไปมา จะยังมีแก่ใจเลือกได้อย่างไรว่าอยากกินอะไร
“อะไรก็ได้”
เธอตอบสั้น ๆ แล้วรีบเดินกลับไปที่นั่ง ท่าทางราวกับกำลังหนีเอาตัวรอด
หลินเย่มองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนจากไป มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว พลางคิดในใจว่า น่ารักอยู่เหมือนกันนะ
ไม่นาน เนื้อเสียบไม้ชุดหนึ่งบนเตาก็ย่างเสร็จเรียบร้อย
“หอมมากเลย คุณชายหลิน”
โจวจื่อหยางได้กลิ่นก็เดินตามมา ในมือถือจานอยู่ใบหนึ่ง
หลินเย่วางเนื้อย่างเสียบไม้สีสันน่ากินเต็มกำมือลงบนจานของเขา แล้วพูดอย่างมั่นใจว่า
