ร้านขายผักตั้งอยู่ลึกเข้าไปในชุมชนเก่าแก่ ลูกค้าหลักเป็นชาวบ้านวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ แม้คนจะไม่พลุกพล่านเท่าร้านผลไม้ริมถนน แต่ลูกค้าประจำแน่น ซื้อซ้ำสม่ำเสมอ ขอแค่ตั้งใจขายและจัดการสินค้าให้ดี ยอดขายก็ไม่มีทางน่าเกลียด
เจ้าของร้านรู้ตั้งแต่เช้าว่ารายการหาคู่เลือกให้ร่วมงานด้วย ในใจก็ยินดีจนแทบเนื้อเต้น คิดว่าเป็นเรื่องดีราวกับฟ้าประทาน
เขาตั้งใจเตรียมสินค้าไว้ล่วงหน้า จัดร้านและทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง เฝ้ารออาศัยกระแสความนิยมของเหล่าแขกรับเชิญ ดันยอดขายประจำวันให้พุ่งกระฉูด จะได้กอบโกยกำไรสักก้อน
แต่ตั้งแต่แขกรับเชิญเข้ามาในร้าน บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดทันที
ลู่เจ๋ออารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เพราะตอนเลือกคนช่วงเช้าแพ้ แถมยังต้องจับคู่กับสวี่เมิงเหยาแบบไม่มีตัวเลือกอื่น ตลอดเวลาจึงใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เขาไม่ได้อยากขายผักอย่างจริงจังสักนิด และไม่มีใจจะร่วมมือกับเพื่อนร่วมทีม สายตาเอาแต่เหลือบมองซูม่าน์ที่อยู่ข้างกายเป็นระยะ หวังฉวยโอกาสแสดงตัวเพื่อเรียกความรู้สึกดี ๆ จากซูม่าน์กลับคืนมา
ป้าสูงวัยคนหนึ่งในชุมชนเดินผ่านหน้าร้าน เห็นทีมรายการกำลังถ่ายทำอยู่ข้างใน จึงเดินเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
โจวจื่อหยางกับซูม่าน์กำลังจะเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น แต่ลู่เจ๋อกลับชิงก้าวไปขวางก่อน รีบสร้างตัวตนต่อหน้าซูม่าน์
ป้าชี้ไปยังกองผักกาดหอมจีนสีเขียวอ่อน “พ่อหนุ่ม ผักนี่อ่อนหรือเปล่า”
ลู่เจ๋อแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าผักแต่ละชนิดมีจุดเด่นอย่างไร เขากวาดตามองอย่างลวก ๆ แล้วตอบส่งเดช “อันนี้อร่อยที่สุด เอาไปต้มซุปเหมาะเลย มีแคลเซียมสูง เหมาะกับทั้งคนแก่และเด็กครับ”
ป้าชะงักไป “ผักกาดหอมจีนเอาไปต้มซุปได้ด้วยเหรอ ฉันทำมาก็ผัดกินมาตลอดนะ”
สิ้นเสียง ก็มีลุงอีกคนชี้ไปยังผักโขมบนชั้นวางแล้วถามว่า “ผักโขมนี้ขมหรือเปล่า”
