หวังเยาชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งอยู่กับที่
คำพูดไม่กี่ประโยคของหลินเย่ที่ฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ ราวกับฝ่ามือไร้รูปร่างตบฉาดเข้าที่หน้าเขาอย่างแรง
แต่กล้องทุกตัวในห้องกำลังจับภาพเขาอยู่ ผู้ชมทั่วประเทศก็กำลังดูไลฟ์ผ่านหน้าจอ หากเผลอโกรธจนเสียอาการขึ้นมา ชาวเน็ตต้องขยายเรื่องนี้ไปพูดกันไม่รู้จบแน่ ภาพลักษณ์สุภาพมีมารยาทของลูกชายเจ้าของกิจการบั่นตาเอสเตทอย่างเขาจะพังไม่ได้เด็ดขาด
อดทนไว้ อดทนต่อไป!
หวังเยากดความโกรธในใจลงไปอีกครั้ง พยายามรักษาสีหน้าให้สงบที่สุด
ในห้องผู้กำกับ ผู้กำกับหวังมองภาพจากจอมอนิเตอร์ เหงื่อเริ่มผุดที่หน้าผาก ในใจได้แต่ร้องโอดครวญ
ภูมิหลังของหลินเย่ไม่ธรรมดา เขาไม่กล้าไปหาเรื่อง ส่วนหวังเยาในฐานะลูกชายเจ้าของกิจการบั่นตาเอสเตท เขาก็ไม่กล้าทำให้ขุ่นเคืองเช่นกัน
ตอนนี้ผู้มีอิทธิพลทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด ความขัดแย้งพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์บานปลายต่อไป ทั้งรายการก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
รายการเพิ่งกลับมาออกอากาศได้ไม่นาน เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกแล้ว
พอคิดได้เช่นนั้น ผู้กำกับหวังก็ไม่กล้ารอช้า รีบพูดใส่ไมโครโฟนทันทีว่า
“แขกรับเชิญทุกคนครับ ทำอาหารพลาดเป็นเรื่องปกติ เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจได้ อีกอย่างทุกคนน่าจะหิวกันแล้ว มื้อเย็นวันนี้ให้ทีมงานจัดการนะครับ”
“ทุกคนรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวทีมงานจะนำอาหารเย็นมาที่บ้านครับ”
สิ้นเสียงประกาศ หวังเยาก็เข้าใจทันทีว่านี่คือบันไดที่ทีมงานยื่นมาให้เขา
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เก็บความโกรธที่ยังไม่ได้ระเบิดออกมาไว้ ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างแข็ง ๆ แล้วหันกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะอาหาร
