“พี่ฟาง ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เฉิงเหวินหยวนกำลังเดินไปทางสำนักศึกษา พอเห็นฟางโจ้วเที่ยวเตร่อยู่บนถนนก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“หา?”
ฟางโจ้วรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับหนีเรียนแล้วถูกอาจารย์จับได้ แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
“ข้าก็แค่ว่างๆ เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย”
เฉิงเหวินหยวนมองท่าทางที่ดูมีพิรุธของฟางโจ้วแล้วอดขำในใจไม่ได้ ก้าวเดินเข้าไปหาฟางโจ้วสองก้าว
“พี่ฟาง เช่นนั้นหากท่านว่างอยู่ ทำไมไม่มาร่วมเกมที่สำนักศึกษากับหน่วยบริหารเมืองเฉิงอันจัดขึ้นล่ะ”
“เกม? เกมอะไร”
ฟางโจ้วรู้สึกสงสัย เขาไม่รู้จริงๆ ว่าโลกนี้มีเกมอะไรกันแน่
เฉิงเหวินหยวนมองฟางโจ้วยิ้มๆ แล้วเดินนำไปทางสำนักศึกษาก่อน พร้อมกับเล่าไปด้วย
“พี่ฟาง เกมนี้พูดง่ายๆ ก็คือการเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ของเด็กๆ เพียงแต่สถานที่จัดทั่วทั้งเมืองเฉิงอัน”
ฟางโจ้วเริ่มสนใจขึ้นมาด้วย เดินตามเฉิงเหวินหยวนไป
“เล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยสิ”
เฉิงเหวินหยวนไม่พูดน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง อธิบายให้ฟางโจ้วฟังโดยตรง
“เกมนี้จัดขึ้นเพื่อเหล่าศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในสำนักศึกษาเป็นหลัก ถึงแม้สำนักศึกษาจะสั่งสอนพวกเขา ให้รู้จักวิธีใช้พรสวรรค์ของตนเอง
แต่คำสั่งสอนของอาจารย์ผู้สอนก็ยังยากเกินไปสำหรับเด็กเหล่านี้ การพร่ำสอนแต่เรื่องใหญ่ๆ ให้ฟังตลอดเวลาจะทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกต่อต้าน
ดังนั้นสำนักศึกษาจึงได้ยื่นขอต่อหน่วยบริหารเมืองเฉิงอัน หวังจะขอยืมสถานที่จัดการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ หน่วยบริหารเมืองเฉิงอันพอได้ยินก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี ไม่เพียงแต่อนุญาต แต่ยังยินดีให้คนมาช่วยเหลือในการสอนอีกด้วย
