ซูเยว่นั่งอยู่บนต้นไม้ มองไม่เห็นภาพในห้องโถง แต่ก็พอจะเดาออกว่าคงมีคนเจอสมุดที่เธอจงใจวางไว้บนโต๊ะในห้องโถง
เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ วินาทีต่อมาก็เห็นคนคนนั้นถือสมุดเดินเข้ามา แล้วก็อ่านออกเสียงต่อหน้าทุกคนทันที
"วันที่ 2 ตุลาคม 1972 ยักยอกรองเท้าหนังมีตำหนิ 15 คู่ ได้เงิน 60 หยวน แบ่งให้หลี่เอ้อร์หนิว 30 หยวน"
"วันที่ 25 ธันวาคม 1972 ยักยอกรองเท้าหนังมีตำหนิ 55 คู่ ได้เงิน 220 หยวน แบ่งให้หลี่เอ้อร์หนิว 110 หยวน"
...
รอบข้างเงียบกริบในชั่วพริบตา
หลี่ฮุ่ยฟางหน้าถอดสีซีดเผือด เธอเอื้อมมือจะแย่งสมุดในมือคนคนนั้น
แต่ยังไม่ทันแตะตัวก็ถูกทุกคนขวางไว้
หญิงวัยกลางคนที่เพิ่งมีเรื่องกับเธอถ่มน้ำลายใส่
"ถุย! ปกติทำเป็นดีเด่ แต่ลับหลังกลับมากัดกร่อนสังคมนิยม คนอย่างแกควรถูกจับไปยิงเป้า"
แต่หลี่ฮุ่ยฟางไม่มีกะจิตกะใจจะด่าตอบอีกแล้ว
เธอถูกขวางไว้ ได้แต่มองลู่เฟิงโดยสัญชาตญาณ
เพิ่งจะอ้าปาก ยังไม่ทันร้องขอความช่วยเหลือ ก็เห็นลู่เฟิงทำหน้าคล้ำ
แล้วทำท่าไม่อยากเชื่อพลางเอ่ยว่า "ฮุ่ยฟาง เธอทำเรื่องแบบนี้ลับหลังผมได้ยังไง ถึงไม่เห็นแก่ผม แล้วไม่เห็นแก่ลูกบ้างหรือไง"
หลี่ฮุ่ยฟางจะไม่รู้เจตนาของเขาก็หามิได้
นี่แหละคือการให้เธอเห็นแก่ลู่หวยจือให้มาก ๆ แบกรับความผิดทั้งหมดไว้คนเดียว
ซ้ำร้ายตอนนั้นเอง ลู่หวยจือยังเอ่ยปากขึ้นจากข้างหลัง "แม่ แม่ทำเรื่องแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ ทำไมกันครับ"
ผู้ชายขู่บังคับ ลูกชายซ้ำเติม
คนรอบข้างที่เหลือก็ชี้นิ้วตำหนิเธอ
