ลู่เหยี่ยก็รีบเอ่ยขึ้น “พี่ครับ พักเที่ยงของพวกพี่มีเวลาน้อย กินข้าวเสร็จก็พักสักครู่ เดี๋ยวผมไปเก็บให้เอง”
ซูรุ่ยหมิงพยักหน้า “แค่มีน้ำใจแบบนี้ก็พอแล้ว เรื่ององุ่นเปรี้ยวไม่ต้องเป็นห่วง ทางเยว่เยว่มีฉันกับเสี่ยวลู่คอยดูแลอยู่”
ทุกคนรั้งเขาไว้ ซูรุ่ยจึงได้แต่ตอบตกลง และบอกตำแหน่งคร่าว ๆ ขององุ่นป่าให้ลู่เหยี่ยฟัง
พูดจบ สายตาก็ปัดไปที่ซูเซี่ยงเป่ยซึ่งยังนั่งอยู่บนตักของซูเยว่ ก้าวเข้าไปอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาห้อยตุ้งติ้ง
“อย่าทับน้องชายน้องสาวของลูกเสียเล่า”
ซูเซี่ยงเป่ย “…”
คนอื่น ๆ “…”
มื้อเที่ยงมารดาซูกับหลี่เยว่หยูช่วยกันทำ
เพื่อให้ถูกปากซูเยว่ จึงเน้นรสเปรี้ยวเป็นส่วนใหญ่ และไม่ได้ทำเนื้อสัตว์
ตอนกินข้าว หลี่เยว่หยูทำหน้าบึ้งตึง
สายตามองไปยังซูเยว่ที่ถูกลู่เหยี่ยคีบกับข้าวให้ พร้อมพูดออดอ้อนให้เธอกินเยอะ ๆ
แล้วมองดูท่าทีของคนอื่น ๆ ที่ห่วงใยซูเยว่
เบะปาก แอบด่าในใจว่าทำตัวอ่อนแอ
ก็แค่ท้องลูกไม่ใช่หรือไง
ถึงกับต้องเป็นห่วงขนาดนั้น
ทำเหมือนใคร ๆ ไม่เคยท้องมาก่อน
คนที่ท้องแล้วยังต้องลงนาไปทำงานมีถมไป มีแต่ซูเยว่นี่แหละที่ทำงานอ่อนแอ
ในใจไม่พอใจอย่างมาก เห็นความสนใจของทุกคนอยู่ที่ซูเยว่หมด นางจึงนั่งขยุ้มข้าวกับกับข้าวคนเดียว
วันนี้หุงข้าวขาวล้วนทั้งหม้อ นางต้องกินเพิ่มอีกหน่อย
อีกอย่างกับข้าวพวกนี้ใส่น้ำมันเยอะด้วย กินเข้าไปเท่ากับได้กำไร
