ซูรุ่ยหมิงย่อตัวลง อุ้มซูเซี่ยงเป่ยขึ้นมา ยกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเขา
“เด็กดีไม่ร้องแล้วนะ ท่านทวดไม่เป็นอะไร”
ลู่เหยี่ยก้าวเข้าไป ก้มตัวลงข้างเตียงของซูเยว่ คว้ามือของเธอไว้ แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “ท้องเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”
ซูเยว่ส่ายศีรษะน้อย ๆ “ไม่เจ็บแล้วค่ะ”
ที่จริงยังเจ็บอยู่บ้าง แต่เป็นความเจ็บที่พอทนได้
และตอนนั้นเธอได้จับชีพจรให้ตัวเองแล้ว
มีสัญญาณการแท้งคุกคามจริง แต่เด็กน้อยยังรอดปลอดภัยชั่วคราว
ก็อย่างที่ซูซื่อเชียนบอก ระยะหลังต้องระวังให้มากขึ้น
มองใบหน้าที่ยังซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอ ลู่เหยี่ยยกมือขึ้น ปัดปอยผมตรงหน้าผากที่ชุ่มเหงื่อของเธอออก
สายตากวาดผ่านรอยน้ำตาบนใบหน้า พลันรู้สึกปวดใจ
ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก นำผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวไปชุบน้ำให้เปียก แล้วจึงเดินกลับเข้ามา
ใช้ผ้าเช็ดหน้าหมาด ๆ เช็ดรอยน้ำตาและคราบเหงื่อบนใบหน้าเธออย่างเบามือจนหมดจด
การเคลื่อนไหวของเขาแผ่วเบายิ่ง เกรงว่าจะทำให้ซูเยว่เจ็บ
ซูซื่อเชียนยืนดูอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความปลื้มใจ ก่อนเดินไปต้มยาที่ด้านหลัง
ซูรุ่ยหมิงอุ้มซูเซี่ยงเป่ยไว้ ก็มองดูภาพนี้เช่นกัน
พอถึงตอนที่ลู่เหยี่ยเช็ดเสร็จ ออกไปล้างผ้าเช็ดหน้า เขาก็วางซูเซี่ยงเป่ยในอ้อมอกลง บอกให้อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนซูเยว่ดี ๆ
ส่วนตัวเขาเองสาวเท้าออกไปข้างนอก
เดินมาถึงข้างกายลู่เหยี่ย เอ่ยปากว่า “เสี่ยวลู่ คนพวกนั้นคือสายลับใช่ไหม!”
มือที่กำลังซักผ้าเช็ดหน้าของลู่เหยี่ยชะงักไปเล็กน้อย