มีคนเอ่ยปากขึ้นว่า “โรงพยาบาลไม่มีใครกล้าจัดการ พวกเราก็ไปร้องเรียนต่อหน่วยทหารเลย”
“ใช่ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าโรงพยาบาลจะปกป้องพวกเขาแล้วหน่วยทหารจะปกป้องพวกเขาด้วย”
“องค์กรมอบโอกาสให้พวกเขาแล้ว แต่พวกเขากลับไม่ยอมปรับปรุงตัวอย่างจริงจัง แถมยังแอบใช้เส้นสายมาหลบเลี่ยงการใช้แรงงานที่โรงพยาบาล คนแบบนี้ต้องได้รับการจัดการขั้นเด็ดขาด”
มีคนเสริมขึ้นว่า “ไหนลองฟังที่คนเมื่อกี้บอกว่าอาจารย์ของคุณหมอหญิงคนนี้คือผู้อำนวยการรึเปล่า? ไม่แน่ว่าอาจารย์ผู้อำนวยการของเธออาจเป็นคนช่วยพาปู่ของเธอเข้ามาก็ได้”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเมื่อได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าเดือดดาลทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็ร้องเรียนไปถึงผู้อำนวยการด้วยเลย คนพรรค์นี้ต้องส่งไปที่ฟาร์มให้หมด ให้ทำงานที่หนักที่สุด แล้วปรับปรุงตัวอย่างจริงจัง”
ผู้คนพากันพูดจาดุเด็ดเผ็ดร้อน แต่ละคนเหมือนกับว่าซูเยว่และซูรุ่ยหมิงได้กระทำความผิดอันใหญ่หลวงมโหฬาร
ยังมีบางคนวิ่งออกไปข้างนอกแล้ว
หลิวหงจวินนั่งอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเอง ใบหน้าไม่แสดงสีหน้าใด ๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มเล็กน้อย
ช่วงนี้จางหงหรูไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล เขาอยากรู้ว่าจะมีใครช่วยปู่ซูเยว่กับซูรุ่ยหมิงได้อีก
มือที่แนบข้างตัวของซูเยว่กำแน่นขึ้น ใบหน้ามีความเย็นชาเพิ่มขึ้นหลายส่วน
สายตากวาดผ่านหลิวหงจวิน มองเห็นรอยยิ้มที่ยกขึ้นที่มุมปากและความหยิ่งยโสในแววตาอย่างชัดเจน
สุดท้ายจึงหยุดที่กลุ่มคนที่ตะโกนโหวกเหวกอยู่นอกประตู
เก็บซ่อนความเย็นชาในแววตาลง
เธอส่งเสียงดังขึ้นว่า “ทุกคนโปรดเงียบก่อนสักครู่ เมื่อสักครู่มีคนไปเรียกหน่วยทหารแล้ว ฉันและปู่ของฉันจะอยู่ที่นี่ เรายอมรับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากองค์กร”
