เนื่องจากช่วงบ่ายต้องไปเป็นล่ามให้บริษัทหลิงอวิ๋น มื้อกลางวันอู๋เอ้อโกวจึงไม่ได้ดื่มเหล้า เขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงหลังอาหารพูดคุยกับโยเซฟสั้น ๆ
“เจอร์รี่ ครึ่งปีมานี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคุณถึงผอมลงขนาดนี้”
โยเซฟเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และประธานกรรมการของบริษัทมาร์ค ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากยุโรป ธุรกิจของบริษัทมาร์คกระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรป ครอบคลุมหลายสาขา ทั้งเครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ อวกาศ พลังงาน การค้าระหว่างประเทศ และอื่น ๆ โยเซฟรู้จักกับสวี่หยุนหลงตอนที่ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แม้จะอายุมากกว่าสวี่หยุนหลงอยู่หลายปี แต่ก็ชื่นชมทั้งสติปัญญาและคุณธรรมของเขามาก ทั้งคู่ต่างเห็นคุณค่าของกันและกัน คบหากันมาเกือบสิบปี สนิทสนมกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ คำพูดจึงเต็มไปด้วยความห่วงใย
“โยเซฟ คุณก็รู้สถานการณ์ทางบ้านของผม พ่อสุขภาพไม่ดี ต้องนอนโรงพยาบาลมานาน กิจการของตระกูลตกไปอยู่ในมือแม่เลี้ยงกับน้องชายของผมแล้ว แต่พวกเขายังไม่พอใจ ยังหมายตากิจการของผมในหัวกั๋ว ถึงกับติดสินบนคู่หมั้นของผมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยวนหลงให้ลงมือลอบสังหารผม ผมบาดเจ็บสาหัสแต่หนีรอดมาได้”
“พระเจ้า! เกิดเรื่องน่ากลัวขนาดนี้ขึ้นจริง ๆ เหรอ”
“เพื่อหลบหนีการตามล่า ผมแอบรักษาตัวอยู่นานเกือบครึ่งปี ระหว่างนั้นพวกเขาปลอมหลักฐาน แล้วปล่อยข่าวเท็จว่าผมตายไปแล้ว ก่อนใช้กระบวนการทางกฎหมายรับมรดกและหุ้นของผมไปทั้งหมด ส่วนผมบาดเจ็บที่ใบหน้าและเข้ารับการศัลยกรรม จึงดูอ่อนวัยลง อีกทั้งไม่กล้าออกหน้าในที่สาธารณะ เลยใช้บัตรประชาชนของคนจรจัดคนหนึ่งแต่งเข้าบ้านครอบครัวธรรมดา ตอนนี้ผมจึงใช้ชื่อว่าอู๋เอ้อโกว”
