ด้วยการเกลี้ยกล่อมของซูจิ่นยวี่กับอู๋เอ้อโกว ซูเจิ้งคุนจึงยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจว่าจะยังไม่หย่ากับหลี่เหมย์ไปก่อน จากนั้นก็ไปสถานีตำรวจทันทีเพื่อแยกทะเบียนบ้านของซูจิ่นยวี่ออกมา ตั้งทะเบียนบ้านให้เธอเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ เมื่อสอบถามดูแล้ว หากต้องการย้ายทะเบียนบ้านของอู๋เอ้อโกวมาที่นี่ จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสก่อน และการจดทะเบียนสมรสก็ต้องใช้หนังสือรับรองจากบ้านเกิดด้วย
อู๋เอ้อโกวยังได้รู้จากสถานีตำรวจว่า ทางการออกข้อบังคับใหม่เกี่ยวกับการทำหนังสือเดินทาง สามารถยื่นขอที่ต่างพื้นที่ได้ แต่จะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน ก่อนหน้านั้นยังต้องกลับไปทำที่บ้านเกิด บริษัทค้าต่างประเทศใกล้จะก่อตั้งแล้ว อีกไม่นานเขาจำเป็นต้องไปเยอรมนี จึงทำได้เพียงกลับไปบ้านเกิดตามที่อยู่ในบัตรประชาชนอีกครั้ง
พอได้รับสมุดทะเบียนบ้านเล่มใหม่ ซูจิ่นยวี่ก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ ทำให้ซูเจิ้งคุนยิ่งรู้สึกผิดและละอายใจอย่างลึกซึ้ง ถึงกับไม่พูดอะไรเลยสักคำตลอดทางกลับบ้าน
“เอ้อโกว ฉันอยากกลับบ้านเกิดกับคุณด้วย”
บนเบาะหลังของรถ ซูจิ่นยวี่พิมพ์ข้อความขึ้นมาให้เขาดู
อู๋เอ้อโกวไม่ได้พูดอะไร แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับเธอแทน “จิ่นยวี่ คราวนี้ไว้ก่อนเถอะ ครอบครัวทอดทิ้งผมไปแล้ว กลับไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบไหน ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่ค่อยอยากเจอพวกเขา”
“เอ้อโกว อย่าคิดแบบนั้นสิ พ่อแม่บนโลกนี้ไม่มีใครไม่คิดถึงลูกหรอก ตอนนั้นพวกเขาส่งคุณออกมาด้วยเหตุผลอะไร คุณเองก็จำไม่ได้ บางทีพวกเขาอาจมีความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ก็ได้ ในฐานะลูกไม่ควรโกรธเคืองพ่อแม่ ตอนนี้คุณกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็ถือโอกาสนี้กลับไปถามไถ่ความจริงเถอะ อย่างไรเสียพวกเขาก็เลี้ยงดูคุณมาสิบกว่าปี”
