เพื่อให้หลัวเลี่ยงวางใจทำงาน อู๋เอ้อโกวโอนเงินให้เขาสองล้านทันที ส่วนใหญ่ใช้ซื้อบ้าน ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการเปิดบริษัท การจดทะเบียนบริษัทค้าต่างประเทศต้องติดต่อหลายหน่วยงาน นอกจากกรมพาณิชย์และกรมสรรพากรแล้ว ยังต้องไปขึ้นทะเบียนกับศุลกากรและสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศด้วย
อู๋เอ้อโกวกำชับให้หลัวเลี่ยงจัดการเอกสารทั้งหมดให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน
เดินออกจากโรงงานเย็บผ้ามา อู๋เอ้อโกวรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก นับตั้งแต่วิญญาณมาเกิดใหม่ โชคก็ดีมาตลอด เริ่มจากได้รับการอุปการะจากพ่อลูกตระกูลซู ต่อมาก็ได้แต่งงานกับภรรยาที่ทั้งแสนดีและงดงามอย่างซูจิ่นยวี่ ลงทุนหุ้นก็ราบรื่นเกินคาด ทรัพย์สินเพิ่มเป็นกว่าสี่ล้านภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ตอนนี้ยังมีหลัวเลี่ยงที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารมาช่วยออกหน้าเดินหน้าแผนพัฒนา อย่างน้อยก็ทำให้คนตระกูลซูไม่มองเขาเป็นตัวประหลาด
สำหรับหลัวเลี่ยง อู๋เอ้อโกวคิดว่าในตอนนี้อีกฝ่ายยังเป็นคนที่ไว้ใจได้ โรงงานเย็บผ้ากำลังเสี่ยงจะล้มละลาย ส่วนเขาก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตอีกฝ่ายไว้ได้ หลังจากเคยถูกหักหลัง อู๋เอ้อโกวมองธาตุแท้ของมนุษย์ได้ทะลุปรุโปร่ง เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ ดูเหมือนจะไม่มีใครที่ไว้ใจได้ สมัยก่อนเขาเคยคิดว่าพ่อแม่แท้ ๆ คงไม่ทำร้ายลูก แต่พ่อแม่ของร่างนี้กลับทอดทิ้งเขา ปล่อยให้เขาเป็นตายร้ายดีอยู่ต่างถิ่น
แต่ตอนนี้มุมมองของเขาเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้ว เพราะซูจิ่นยวี่ ความใจดีและอ่อนโยนของหญิงสาวทำให้เขาอดอยากปกป้องเธอไม่ได้ อู๋เอ้อโกวรู้ว่าตัวเองตกหลุมรักภรรยาคนนี้อย่างลึกซึ้ง ต่อให้ต้องถูกหักหลังอีกครั้งเขาก็ไม่เสียใจ เขาเชื่อว่าซูจิ่นยวี่ไม่ใช่คนแบบนั้น และเป็นคนที่ควรค่าแก่การอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต
