ที่อู๋เอ้อโกวไปขอยืมเงินจากหลิงจื้อ ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสนิทสนมกันมากแต่อย่างใด หากเป็นเพราะอีกฝ่ายมีกำลังพอจะให้ยืมได้ และที่สำคัญที่สุดคือหลิงจื้อมีเรื่องต้องพึ่งพาเขา
โครงการพลังงานใหม่ดูเผิน ๆ เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มหลิงยวนกับบริษัทมาร์ค แต่ความจริงกลุ่มหลิงยวนถือหุ้นในโครงการนี้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผู้ที่มีบทบาทนำอย่างแท้จริงคือบริษัทมาร์ค กล่าวได้ว่ากลุ่มหลิงยวนทำหน้าที่เพียงดึงดูดการลงทุนเท่านั้น บริษัทมาร์คมีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินโครงการนี้ด้วยตัวเองทั้งหมด
เศรษฐกิจโลกถดถอย ธุรกิจการผลิตดำเนินไปอย่างยากลำบาก กลุ่มหลิงยวนเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผลประกอบการของบริษัทลดลงทุกปี สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จำเป็นต้องหาแหล่งเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และโครงการพลังงานใหม่ก็คือฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตพวกเขา เพราะโครงการนี้ไม่เพียงสร้างกำไรจากหุ้นที่ถืออยู่ แต่ยังช่วยกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มหลิงยวนอีกด้วย
ในฐานะประธานบริษัทมาร์คประจำภูมิภาคจีน อู๋เอ้อโกวกล่าวได้ว่ากุมชะตาของกลุ่มหลิงยวนไว้ในมือ
“คุณหลิง พี่ซวง เงินสองพันล้านนี้ผมขอหมุนใช้ไม่เกินสามเดือน และจะจ่ายดอกเบี้ยให้ตามสมควร รับรองว่าจะไม่ทำให้พวกคุณเสียหายแม้แต่น้อย ผมหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกคุณ”
เพื่อให้ยืมเงินได้ อู๋เอ้อโกวถึงกับเปลี่ยนคำเรียก เรียกหลิงซวงว่าพี่ เพราะหลิงจื้อมีอายุไล่เลี่ยกับพ่อแม่ของเขา คบหากันในฐานะคนรุ่นเดียวกันคงไม่เหมาะนัก
หลิงซวงหัวเราะ “นายเรียกฉันว่าพี่แล้ว แบบนี้ฉันไม่ให้ยืมก็คงไม่ได้ แต่ฉันสงสัยนะ ทำไมนายถึงอยากซื้อที่ดินกับโครงการบ้านของกลุ่มหยุนหลงล่ะ ซื้อที่ดินแถวใกล้ ๆ แล้วพัฒนาเองก็ได้ไม่ใช่หรือ แบบนี้นายกำลังเล่นงานกลุ่มหยุนหลงอยู่นะ”
