ตู้ซิ่นกระแอมเบา ๆ ฮั่วเยียนยิ้มพลางเดินเข้ามา
“ตามข้ามาเถิด”
ทุกคนเดินตามนางเข้าไปในป้อมปราการ
ตลอดทาง มีสายตามากมายมองไปที่เซี่ยเหลียนซินและหลิ่วหรูเยียน
ในฐานะศิษย์ของจอมอริยะอันดับหนึ่งแห่งสหพันธ์เซียน พวกนางได้รับความสนใจเป็นเรื่องปกติ
ศิษย์ที่ประจำการอยู่ที่ป้อมปราการแห่งนี้หลายสิบปี บางคนนับร้อยปีไม่ได้กลับสำนัก พวกเขาส่วนใหญ่เคยได้ยินชื่อเซี่ยเหลียนซินและหลิ่วหรูเยียน แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง
ตอนนี้พวกเขาต่างสำรวจศิษย์น้องสองคนนี้
หลิ่วหรูเยียนงดงามยิ่งนัก เป็นหญิงงามที่เย้ายวนใจ เซี่ยเหลียนซินก็งดงาม เป็นแม่สาวน้อยรูปงาม แต่เซี่ยเหลียนซินวัยยังน้อย ยังไม่เติบโตเต็มที่ ในสายตาหลายคนนางยังเป็นเพียงเด็กน้อย ย่อมเป็นหลิ่วหรูเยียนวัยสิบแปดผู้ชวนให้เอ็นดูที่ครองใจผู้คนมากกว่า
ฝ่ายหญิงก็ช่างเถอะ แต่ศิษย์ฝ่ายชายแทบทุกคนเมื่อเห็นนางแล้วไม่อาจละสายตาได้
“นั่นคือศิษย์น้องหลิ่วหรือ งดงามเหลือเกิน!”
“งดงามจริง ๆ !”
ถ้อยคำเช่นนี้ลอดเข้าหู ทำเอาหลิ่วหรูเยียนภูมิอกภูมิใจยิ่งนัก
ฮั่วเยียนพาทุกคนมายังที่พัก ป้อมปราการแห่งนี้ไม่อาจเทียบกับในสำนักได้ ห้องของแต่ละคนเป็นเพียงห้องหิน ภายในเรียบง่ายมีเพียงเก้าอี้กับเตียงนอน ผู้ที่อยู่ขั้นแก่นทองมาก่อนแล้ว ส่วนผู้ที่อยู่ขั้นสร้างฐานรากเพิ่งมาวันแรก ถึงได้รู้ว่าตนต้องพักในที่แร้นแค้นเพียงใด
หลิ่วหรูเยียนขมวดคิ้ว แต่ไม่พูดอะไร
“อะไรกัน ให้เราพักที่นี่หรือ” ผู้พูดคือเหวินถิง บุตรสาวของเจ้าสำนักยอดแดง
ครั้งนี้ศิษย์ขั้นสร้างฐานรากที่มาฝึกฝนมีเพียงไม่กี่คน หลิ่วหรูเยียน เหวินถิง หานชิง เจียงฮ่าว ในสี่คนนี้ นอกจากเจียงฮ่าวที่เป็นศิษย์ธรรมดา ที่เหลือล้วนเป็นทายาทเซียนรุ่นสอง
