เผยเยวี่ยเงียบงัน ไม่พูดอะไรสักคำ
เสิ่นเหยาคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงควานหาโทรศัพท์ของตัวเองตรงหัวเตียง ก่อนหยิบขึ้นมายื่นให้เผยเยวี่ยดู——
เป็นรูปถ่ายของเผยเยวี่ย
ในภาพ เขาเอนศีรษะพิงหัวเตียง สีหน้าเปี่ยมสุขอย่างยิ่ง ความหม่นหมองที่มักมีอยู่เสมอเลือนหายไป บนแผงอกเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยแดงชวนให้คิด มือขาวเรียวบางข้างหนึ่งวางอยู่บนอกของเขา ปลายนิ้วแต้มสีชมพูอ่อนละมุน
เห็นได้ชัดว่าถ่ายเอาไว้ตอนกำลังทำเรื่องลับ ๆ กัน
รูม่านตาของเผยเยวี่ยหดวูบ แผ่นหลังเกร็งขึ้นทันที เขาตวัดสายตามองหญิงสาวข้างกายอย่างเคร่งขรึม “คุณคิดจะทำอะไร?”
เสิ่นเหยาเลิกคิ้วขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร่างพรายแต้มบนใบหน้า เธอโยนโทรศัพท์ลงข้างหมอนอย่างไม่ใส่ใจ น้ำเสียงเกียจคร้านเจือแววหยอกเย้าอยู่หลายส่วน
“รุ่นพี่ อย่าเข้าใจฉันผิดสิ ไม่ต้องระแวงกันขนาดนั้น ฉันแค่อยากพิสูจน์ว่าคุณก็มีความสุขเหมือนกัน ไม่ได้คิดจะเอารูปไปข่มขู่คุณสักหน่อย”
พอพูดจบ น้ำเสียงของเธอก็ขรึมลงทันที เจือความไม่พอใจบางเบา ราวกับน้อยใจที่ถูกเข้าใจผิด “ทำไมถึงคิดกับฉันแบบนั้นได้ล่ะ?”
เผยเยวี่ยเม้มริมฝีปากบางแน่น พูดไม่ออกไปชั่วขณะจนไม่รู้จะรับมืออย่างไร เด็กสาวไร้เดียงสาเขินอายในความทรงจำเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งช่ำชอง เขาไม่ใช่คู่มือของเธอเลย
อีกอย่าง แค่ถ้อยคำที่เธอพูดออกมาไม่กี่คำก็ทำให้ใบหูของเขาร้อนผ่าวแล้ว ไม่กล้าคิดต่อให้ลึกซึ้ง
