เจียงอี้เฉินพาเสิ่นเหยาเดินออกไป จนกระทั่งมาถึงมุมหนึ่งจึงหยุดลง
เขายื่นมือเชยคางที่ก้มต่ำของเสิ่นเหยาขึ้น เธอไม่ได้ขัดขืน เพียงเงยหน้าขึ้นตามอย่างว่าง่าย คราวนี้เจียงอี้เฉินถึงได้เห็นว่า น้ำตาของเสิ่นเหยากำลังร่วงหล่นเงียบ ๆ ไม่ขาดสาย
หัวใจของเจียงอี้เฉินพลันบีบรัด จนแทบหายใจไม่ออก เขาสงสารเธอแล้ว เขามั่นใจ
เมื่อเห็นเสิ่นเหยาร้องไห้ เจียงอี้เฉินก็ไม่เคยลนลานถึงเพียงนี้มาก่อน
“เหยาเหยา อย่าร้องไห้ได้ไหม เธอร้องไห้แล้วฉันเจ็บไปทั้งใจ” เจียงอี้เฉินเอื้อมมือดึงเสิ่นเหยาเข้ามากอด ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ท้ายทอยของเธอ ปลอบโยนพลางลูบเส้นผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสิ่นเหยาผลักเขาออก ดวงตาแดงก่ำขณะตั้งคำถามกับเขา แต่ละคำถามล้วนแทงใจดำจนเจียงอี้เฉินกระวนกระวาย
“เจียงอี้เฉิน! นายยังตัดขาดกับแฟนเก่าไม่หมดใช่ไหม ทำไมเพื่อน ๆ ของนายถึงไม่รู้ว่าพวกนายเลิกกันแล้ว ทำไมเธอยังมองนายด้วยสายตาแบบนั้น วันนั้นที่นายไม่อยากให้ฉันไปดูแข่ง เป็นเพราะซูจือเซี่ยใช่ไหม”
“นายยัง...ตัดใจจากเธอไม่ได้ใช่ไหม”
เมื่อคำสุดท้ายหลุดออกมา เสิ่นเหยาก็สะอื้นจนพูดไม่ออก เธอน้อยใจเหลือเกิน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการกล่าวโทษเจียงอี้เฉิน
“ไม่ใช่แบบนั้น!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาตินัก หลังชะงักไปครู่หนึ่ง เสียงก็เบาลง ราวกับเริ่มใจเย็นขึ้น “ไม่ใช่อย่างที่เธอพูด”
ดูเหมือนกำลังอธิบาย แต่เขากลับยังคงพูดเลี่ยงประเด็น เสิ่นเหยามองเขาอย่างผิดหวัง ค่อย ๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าว พลางส่ายหน้า ราวกับกำลังปฏิเสธความรักครั้งนี้อยู่ในใจ วินาทีต่อมาก็หันหลังวิ่งจากไป
เจียงอี้เฉินออกวิ่งตาม สมองของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมองไม่ออกว่าตัวเองเป็นอย่างไร
เสิ่นเหยาก้มลงกัดมือเขาอย่างแรง เจียงอี้เฉินเจ็บจนต้องคลายมือ เกือบปล่อยให้เสิ่นเหยาหนีไปได้ เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบคว้าตัวเสิ่นเหยาแล้วดึงกลับเข้ามาในอ้อมกอด
