“ข้าขอดูหน่อยว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่”
เฉินฉางเซิงเริ่มอนุมาน
เขาประสานเคล็ดวิญญาณในมือ พลังอันลึกลับนับไม่ถ้วนไหลเวียนอยู่บนกระดองเต่าโบราณ กระแสพลังลี้ลับพลุ่งพล่านไม่หยุด รอบกายแผ่แสงสวรรค์เป็นระลอก
อักขระวิญญาณวงแล้ววงเล่าปรากฏขึ้น
“เฉียน คุน เจิ้น ซวิ่น คั่น เกิ้น หลี ตุ้ย!”
ไม่นานนัก
เฉินฉางเซิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองภาพข่วยตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ “เห็นชัด ๆ ว่าวาสนาแห่งชีวิตอมตะของข้าอยู่บนหอคอยอู่เหลียนแห่งนี้ เหตุใดตอนที่ข้าแย่งชิงสัมผัสเต๋าจากวิหารทองสัมฤทธิ์โบราณกับเย่เฉิน กลับปรากฏลางร้ายใหญ่หลวง? แต่หากข้าจากไปตอนนี้ กลับเป็นลางดีอย่างยิ่ง!”
เขาจมอยู่ในห้วงความคิด
ไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
เฉินฉางเซิงพึมพำ “เช่นนั้นวาสนาแห่งชีวิตอมตะของข้าคงไม่ใช่สัมผัสเต๋าจากวิหารทองสัมฤทธิ์โบราณ และไม่ใช่จักรพรรดิอู่เหลียน แต่เป็นสิ่งอื่น”
เขางุนงงอยู่บ้าง
ในเขตลี้ลับสืบทอดโบราณแห่งนี้ สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือมรดกจอมจักรพรรดิ์ยุทธ์กับสัมผัสเต๋าจากวิหารทองสัมฤทธิ์โบราณนี่นา!
แล้วจะมีสิ่งใดอีกเล่า?
เฉินฉางเซิงอนุมานต่อไป ภาพข่วยแสดงว่าวาสนาของเขาคือคนคนหนึ่ง…ไม่ใช่สิ่งของ
ชั่วขณะนั้น กระแสจิตของเฉินฉางเซิงไปสถิตอยู่ในหุ่นเชิดหลายสิบตัว ทำให้พวกมันออกสำรวจโดยรอบทันที
สายตาของหุ่นเชิดเหล่านั้นกวาดผ่านอัจฉริยะและยอดฝีมือทุกคนบนหอคอยอู่เหลียน ก่อนจะหยุดลงที่เย่เฉินในที่สุด
ทันใดนั้น
แสงสายหนึ่งพลันแล่นวาบผ่านห้วงความคิดของเฉินฉางเซิง!
“เย่เฉิน!”
เขาอุทานออกมาอย่างตกใจ
เฉินฉางเซิงเร่งกระตุ้นกระดองเต่าโบราณอีกครั้ง แล้วเริ่มอนุมาน
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาพบว่าตนกับเย่เฉินมีสายใยแห่งแรงกรรมผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คนที่มีสายใยลึกซึ้งกับเขาถึงเพียงนี้มีไม่เกินห้าคน!
วาสนาแห่งชีวิตอมตะเกี่ยวข้องกับเย่เฉินงั้นหรือ?
เรื่องนี้เกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้!
เขาพลันนึกขึ้นได้ว่า นับตั้งแต่ลงมายังเขตลี้ลับสืบทอดโบราณแห่งนี้ ทุกครั้งที่อนุมาน หากอยู่ใกล้เย่เฉิน ภาพข่วยจะปรากฏคำว่า “วาสนาอยู่ตรงหน้า” เสมอ!
ก่อนหน้านี้เขาถูกบดบังสายตา!
ใบไม้ใบเดียวบังภูผาไท่ซาน!
