“พี่ใหญ่ ข้าหวังว่าครั้งนี้ท่านจะตายในเขตลี้ลับแห่งนี้ แล้วตำแหน่งผู้สืบทอดจะตกเป็นของข้า ส่วนคู่หมั้นของท่าน หนานกงไป๋เสวี่ย ข้าจะดูแลนางเอง”
เพียงนึกถึงรูปร่างอรชรผิวขาวผ่องของหนานกงไป๋เสวี่ย จิตใจของเขาก็พลันหวั่นไหว
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังมีกายาหยินมหันต์ปฐม!
หลายปีมานี้ เขาเก็บงำความสามารถ ซ่อนเร้นระดับพลังมาโดยตลอด อีกทั้งยังเกรงว่าฉินเซียวจะลอบสังหารตน จึงฝึกฝนวิชาป้องกันอยู่เสมอ
“เฮ้อ...”
ฉินวั่งถอนหายใจในใจ
หากพี่ใหญ่ไม่ตาย เขาก็ไม่มีทางยืนหยัดในตระกูลฉินยุคบรรพกาลได้!
ขณะนั้น เรือวิญญาณโบราณกาลแปรเปลี่ยนเป็นดาวตก พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงไปยังทิศทางของตำหนักจักรพรรดิที่หลิ่วเซวียนอยู่
หลิ่วเซวียนขมวดคิ้วงามขึ้นฉับพลัน ก่อนเหยียบอากาศทะยานขึ้นฟ้า ชายกระโปรงยาวพลิ้วไหว ร่างงามเย้ายวนราวกับวาดเส้นโค้งอันสมบูรณ์แบบ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวลงมา ขาเรียวยาวขยับเคลื่อนไหว นางแผ่กระแสจิตมองไปยังที่ไกลออกไป
ที่นั่นมีกลิ่นอายดุดันปั่นป่วน เรือวิญญาณโบราณลำหนึ่งกำลังข้ามห้วงสุญญตาเข้ามา เมื่อล่วงผ่านที่ใด เมฆหมอกพลันแยกสลาย เผยแสงตะวัน พลานุภาพแผ่ไพศาล
“ตูม! ตูม! ตูม!”
เสียงแหวกอากาศดังกึกก้องประหนึ่งสายฟ้าฟาด สะท้อนไปทั่วห้วงสุญญตา
เสียงคำรามดังมาจากบนเรือวิญญาณโบราณ “หลิ่วเซวียน เจ้าอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย!”
ชั่วพริบตา ฉินเซียวกระทืบเท้าลงบนเรือวิญญาณอย่างแรง ก่อนเหยียบอากาศทะยานขึ้นฟ้า กลิ่นอายแสงสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่านรอบกาย เขาพุ่งเข้าโจมตีหลิ่วเซวียน!
กลิ่นอายทรงพลังสุดขีดแผ่ซ่านจากร่างเขา ทุกแห่งที่ผ่านล้วนก่อเกิดพายุ ใต้ฝ่าเท้ามีรุ้งเทพแผ่พุ่ง ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ทุกย่างก้าวที่เหยียบลง กลิ่นอายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอีกส่วน
“กล้าลบหลู่คู่หมั้นของข้า ไป๋เสวี่ย รนหาที่ตาย!”
สีหน้าหลิ่วเซวียนเย็นเยียบ นางยกมือเรียวงามขึ้น ส่งสัญญาณให้ศิษย์สายตรงอีกหลายคนถอยไป ส่วนตนพุ่งเข้าหาฉินเซียวโดยตรง
