“ที่แท้ก็เป็นเศษเดนของราชวงศ์ฝูเหยา พวกเจ้า...”
ยังกล่าวไม่ทันจบ ลู่เสวียนก็ตบฝ่ามือใส่หลัวหยางเทียน
“ตูม!”
ฝ่ามือนี้ทำลายรากฐานของหลัวหยางเทียนจนสิ้น โลหิตพุ่งกระฉูดไปทั่วร่าง พลังบำเพ็ญระดับจักรพรรดิ์พลันสลายหาย กลายเป็นคนไร้ค่าทันที!
หวังหมานประสานมือคารวะลู่เสวียน “ท่านเจ้าสำนักลู่ จะมอบคนเหล่านี้ให้พวกข้าจัดการได้หรือไม่?”
ลู่เสวียนพยักหน้า
ไม่นานนัก
หวังหมาน ชิงเยียน เย่เป่ยเฉิน และคนอื่น ๆ พุ่งเข้าใส่หลัวหยางเทียนกับพวกเขา ลงมือโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
“กร๊อบ!”
“กร๊อบ!”
กระดูกในร่างหลัวหยางเทียนหักไปไม่รู้กี่ท่อน เลือดไหลทะลักไม่หยุด!
เสียงกรีดร้องแสนสาหัสดังระงมไม่ขาดสาย
ร่างหลัวหยางเทียนชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
เจ็บ!
เจ็บเหลือเกิน!
หวังหมานคว้าขาข้างหนึ่งของหลัวหยางเทียนไว้ แล้วบิดจนหัก “ความแค้นในวันนั้นจะคลี่คลายกันง่าย ๆ ได้อย่างไร! เรื่องนี้ยังไม่จบ! ยังไม่จบ!”
ครู่ต่อมา
ลู่เสวียนสะบัดแขนเสื้อ ส่งพลังประคองเย่เฉินและคนอื่น ๆ ขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “พอแล้ว หวังหมาน ชิงเยียน ถึงเวลาแล้วพวกเจ้าค่อยพาหลัวหยางเทียนกับพรรคพวกกลับไปจัดการที่เทือกเขาหินดำเอง ภารกิจของพวกเรายังไม่จบ ต่อไปยังต้องไปช่วยท่านมู่!”
เย่เฉินรีบกล่าว “ท่านอาจารย์ ท่านมู่ถูกจอมจักรพรรดิหกดาวสองคนเคลื่อนย้ายไปแล้ว”
ลู่เสวียนพยักหน้า “ข้ารู้”
ชั่วพริบตาถัดมา เขาก็พาทุกคนข้ามห้วงสุญญตา หายวับไปจากที่เดิม
เฉินฉางเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดจะตามลู่เสวียนไป
แต่กลับทำไม่สำเร็จ
ในชั่วขณะนี้ แม้แต่เขาก็สัมผัสถึงลู่เสวียนไม่ได้อีก
……
ที่นี่เป็นดินแดนรกร้าง ห่างออกไปหลายสิบลี้ไร้สิ่งมีชีวิต สายลมพัดหวีดหวิวเหนือทุ่งกว้าง ผืนดินเป็นสีเทาดุจเหล็ก ท้องฟ้าก็ดูวังเวงเย็นเยียบยิ่งนัก
ยามนี้ จอมจักรพรรดิหกดาวสองคนจากหอเทียนหลัวยืนตระหง่านอยู่เหนือห้วงสุญญตา คนหนึ่งสวมอาภรณ์ดำ อีกคนสวมอาภรณ์โลหิต ทั้งสองแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนปลดปล่อยการโจมตีอันน่าสะพรึงใส่ท่านมู่และพวกพ้อง!
อำนาจของจอมจักรพรรดิหกดาวช่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทุกครั้งที่ลงมือดุจดวงอาทิตย์ยักษ์จมดับ ดวงดาวร่วงหล่น สะท้อนแสงไปทั่วห้วงสุญญตา
ตูม! ตูม! ตูม!
