“เธอชื่อหยิงฉือใช่ไหม”
เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งขวางทางเธอไว้ น้ำเสียงไม่เป็นมิตร แววตาเปี่ยมความมั่นใจว่าตนต้องชนะ ราวกับตัดสินผลการประลองไว้แล้ว แต่ก็ยังยอมลดตัวลงมาฟังเสียงคร่ำครวญของผู้อ่อนแอ ความหยิ่งผยองนั้นชัดเจนเสียจนไม่อาจมองข้าม
หยิงฉือก้มมองเสื้อผ้าของเขา ชุดนักเรียนสีน้ำเงินเข้ม ตรงคอเสื้อติดเข็มตราโรงเรียน เป็นนักเรียนจากโรงเรียนประถมซีลาไลแห่งที่ 1 ที่มาศึกษานอกสถานที่
“ฉันจะประลองหลอมยากับเธอ”
หยิงฉือเหลือบมองเขา สีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนเบี่ยงตัวอ้อมเขาไป
อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าเธอจะเดินหนีไปดื้อ ๆ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามมา น้ำเสียงสูงขึ้นหลายระดับ “เฮ้ เธอไม่ได้ยินหรือไง ฉันบอกว่าจะประลองหลอมยากับเธอไง”
“เธอไม่กล้าประลองหรือกลัวแพ้กันแน่ ถ้าไม่ใช่คนโรงเรียนเธอบอกว่าเธอเป็นนักเภสัชที่เก่งที่สุดในโรงเรียนนี้ ฉันก็ไม่มาหาเรื่องประลองกับคนไร้มารยาทอย่างเธอหรอก”
“เธอรู้จักฉัน...”
หยิงฉือหยุดเดิน หันกลับไปเหลือบมองเขา แววตาไม่ได้เย็นชา แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายหยุดพูดไปเองโดยไม่รู้ตัว
“ก่อนจะว่าคนอื่นไร้มารยาท ก็ลองดูตัวเองก่อนว่ามีคุณสมบัติพอจะพูดแบบนั้นหรือเปล่า”
“ฉันไม่อยากประลองกับเธอ และไม่มีหน้าที่ต้องรับคำท้าของเธอด้วย” หยิงฉือพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พูดจบก็หันหลังเดินต่อไปตามทางของตัวเอง
ช่วงนี้เธอยุ่งมาก ยาที่วางขายครั้งก่อนหมดเกลี้ยงทันที เธอตั้งใจจะตุนสินค้าอีกชุดก่อนออกไปศึกษานอกสถานที่ มีเงินอยู่ในมือ ใจก็ไม่ต้องกังวล
ตั้งแต่เซเลิ่นเท่รู้คะแนนเกมต่อสู้เครื่องเกราะของหยิงฉือ เธอก็เอาแต่ตามตื๊อไม่เลิก ยืนกรานให้หยิงฉือเป็นคู่ซ้อมให้พวกเธอสองคน
