วงแหวนบรรทุกน้ำหนักเก็บมาจากกองขยะ หยิงฉือซ่อมมันนิดหน่อย พอเห็นว่ายังใช้ได้ก็เลยพกติดตัวมาตลอด แต่วงแหวนบรรทุกน้ำหนักวงนี้ก็เป็นสินค้าตระกูล “ปัญญาอ่อน” เหมือนกัน เดิมทีมันควรปรับน้ำหนักตามผู้สวมใส่ได้อย่างอัจฉริยะ แต่พอมาอยู่ในมือหยิงฉือกลับทำงานตามใจตัวเองเป็นหลัก ปกติมักคงน้ำหนักอยู่ที่ 3 กิโลกรัม แต่บางครั้งก็เกิดอาการรวน มือซ้าย 5 กิโลกรัม มือขวา 8 กิโลกรัม บางทีเดินไปเดินมาก็ขาข้างหนึ่งหนัก อีกข้างเบา
วงแหวนบรรทุกน้ำหนักนี่มีความคิดเป็นของตัวเองสุด ๆ แต่หยิงฉือใจกว้างกับของดีที่ได้มาฟรีแบบนี้มาโดยตลอด ต่อให้ในเมืองชั้นนอกถูกเฟลล้ออยู่บ่อย ๆ ว่ามือซ้ายหก มือขวาเจ็ด เดินเหมือนคนแก่ เธอก็ยอมรับได้
ก็แค่มีนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของตัวเอง จะเสียหายตรงไหนกัน
แต่วันนี้ไม่ไหวจริง ๆ เพิ่งวิ่งจบไปสองรอบ หยิงฉือก็เริ่มหมดแรงแล้ว ถ้าวงแหวนบรรทุกน้ำหนักเกิดรวนขึ้นมาตอนนี้ ไหนจะต้องรับแรงกดดันที่มีอยู่เดิม ไหนจะต้องแบกน้ำหนักของวงแหวนเพิ่ม หยิงฉือคิดว่าร่างเล็ก ๆ ของตัวเองคงทนไม่ไหว
พอเห็นวงแหวนบรรทุกน้ำหนักสี่วงที่หยิงฉือถอดออกมา เซเลิ่นเท่ก็ชี้หน้าเธอ พูดติดอ่างอยู่ตั้งนาน “คะ...คุณ คุณ...คุณสวมวงแหวนบรรทุกน้ำหนักติดตัวมาตลอดเลยเหรอ จะขยันเกินไปแล้วนะ!”
โหยวเสียนพยักหน้าเห็นด้วย เธอคบหากับหยิงฉือมานานขนาดนี้ วันนี้เพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่าหยิงฉือสวมวงแหวนบรรทุกน้ำหนักติดตัวอยู่ตลอด
โหยวเสียนมองหยิงฉือด้วยสีหน้าเหมือนถูกทำร้าย ราวกับกำลังบอกว่า ไม่คิดเลยว่าคุณจะแอบขยันเกินหน้าเกินตาพวกเราอยู่ลับหลัง
หยิงฉืออ้าปาก อยากบอกว่าที่จริงเธอสวมจนชิน เลยลืมไปแล้วว่ามีวงแหวนบรรทุกน้ำหนักอยู่ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ปิดปาก กลืนคำพูดที่จ่ออยู่ตรงริมฝีปากลงไป
