เวลาทดสอบสองนาทีสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว บุคลากรทางการแพทย์ช่วยดึงศีรษะของหยิงฉือออกจากหมวกกันน็อก ก่อนจะพาเธอไปยืนในห้องสแกนที่ติดอยู่กับผนัง เพื่อตรวจระดับค่าตัวกาย
เมื่อเทียบกับระดับพลังจิตที่จับต้องไม่ได้ แถมยังไม่รู้วิธีเพิ่มระดับ ระดับค่าตัวกายถือว่าเป็นมิตรกว่ามาก นักเรียนส่วนใหญ่ในจักรวาลจะเพิ่มระดับค่าตัวกายได้หนึ่งขั้นในช่วงประถมถึงมัธยม ส่วนคนที่ฝึกหนักอย่างนักเรียนนายร้อย เพิ่มได้สองขั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
หยิงฉือยืนนิ่งอยู่ในห้องสแกน สามสิบวินาทีต่อมา ประตูห้องก็เปิดออกเอง หมอยื่นรายงานที่เพิ่งพิมพ์เสร็จให้หยิงฉือ การตรวจจึงเสร็จสิ้น
จนเดินมาถึงหน้าประตู หยิงฉือก็ยังมึนงงอยู่บ้าง การทดสอบเข้าเรียนครั้งนี้ทำให้เธอเสียเหรียญดาวไป 789 เหรียญ ทำไมรู้สึกเหมือนเงินไหลหายไปกับสายน้ำเลยนะ
ช่างเป็นประสบการณ์ใช้เงินที่เลื่อนลอยเหลือเกิน
นอกประตู เฟลกับเวยล่าไม่รู้ไปหาป้ายผ้ามาจากไหน บนนั้นพิมพ์ตัวอักษรใหญ่โตไว้ว่า “ไม่ว่าสอบได้หรือไม่ได้ ทั้งครอบครัวก็รักหนูนะ”
หยิงฉือ…
เฟลเดินเข้ามาถามผลตรวจ หยิงฉือถึงได้เปิดรายงานดู บนกระดาษเอสี่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ถูกตรวจ: หยิงฉือ ระดับพลังจิต A ระดับค่าตัวกาย B
หยิงฉือโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ดูเหมือนวิธีของเธอจะไม่ผิด ควบคุมคะแนนได้แม่นยำทีเดียว เธอพอใจกับระดับพลังจิตและระดับค่าตัวกายในตอนนี้มาก สูงเกินไปก็เป็นจุดสนใจ ต่ำเกินไปก็เสี่ยงถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
เธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่อยากเข้าโรงเรียนประถม อยากนอนให้เต็มอิ่ม กินให้อิ่มหนำ ไม่ได้ไปหาเรื่องใครสักหน่อย
ไม่ใช่แค่ดีเท่านั้น เฟลมองรายงานแล้วลองคำนวณดู ขอแค่หยิงฉือเพิ่มระดับค่าตัวกายอีกหนึ่งขั้นในช่วงประถมถึงมัธยม ก็จะมีคุณสมบัติถึงเกณฑ์สมัครเข้าโรงเรียนนายร้อยแล้ว
ถ้าถามเฟลว่าสมัครเข้าโรงเรียนนายร้อยมีข้อดีอะไร เขาก็ตอบไม่ได้หรอก แต่เด็กสหพันธ์คนไหนบ้างที่ไม่เคยฝันว่าอยากขับเครื่องบินรบกำจัดเผ่าหนอนแมลง แล้วกลายเป็นวีรบุรุษของสหพันธ์
