หลังจบคาบพละ เสียงกริ่งเลิกเรียนก็ดังขึ้น แต่ยังเหลืออีกหนึ่งคาบ นักเรียนจึงทยอยกลับจากสนามกีฬาเข้าห้องเรียน
ทุกคนเดินเข้ามาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บ้างก็ยังเช็ดเหงื่อ บ้างก็ไปกดน้ำดื่ม บ้างก็ฟุบหน้ากับโต๊ะ ตั้งใจจะงีบสักพักก่อนเริ่มคาบสุดท้าย
เฉินเป่ยเสวียนกับซุนโรวและคนอื่น ๆ กลับเข้าห้องเรียน ต่างคนต่างนั่งประจำที่
จ้าวหมิงนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง ภายนอกดูเหมือนกำลังเปิดแบบฝึกหัด แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางเฉินเป่ยเสวียนเป็นระยะ
สายตาของเขาจับอยู่ที่ขวดน้ำตรงมุมโต๊ะของเฉินเป่ยเสวียน หัวใจเต้นแรงจนตัวเองยังได้ยิน
เขาภาวนาให้เฉินเป่ยเสวียนรีบดื่มน้ำ ขณะเดียวกันก็กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายดื่มเข้าไปจริง ๆ เรื่องจะบานปลาย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในใจยังมีความคาดหวังอันบิดเบี้ยวอยู่
เฉินเป่ยเสวียนย่อมรู้เรื่องทั้งหมดนี้ดี
เขาเหลือบเห็นจ้าวหมิงแอบมองตน ก็หัวเราะเยาะในใจ แต่สีหน้ากลับไม่เผยพิรุธ ค่อย ๆ หมุนฝาขวดน้ำออก เงยหน้าขึ้นแล้วดื่มอึกใหญ่
เมื่อจ้าวหมิงเห็นภาพนั้น ในใจก็ยินดี มุมปากแทบจะยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเริ่มเฝ้ารอภาพเฉินเป่ยเสวียนกุมท้อง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นไหลพลั่กจนหมดสภาพ
เป็นไปตามคาด ไม่นานนัก จู่ ๆ ร่างเฉินเป่ยเสวียนก็เอียงวูบ ไถลตกจากเก้าอี้ทั้งตัว ขวดน้ำในมือกระแทกพื้นดังโครม
