“อือ...”
เย่เทียนจ้องมู่หรงเสวี่ยที่หยิ่งผยองราวกับราชินี ก่อนจะจู่โจมจูบเรียวปากนุ่มชุ่มชื้นของเธออย่างกะทันหัน
ด้านนอกมีบุคคลสำคัญผู้มีหน้ามีตาในเจียงเฉิงมารวมตัวกันนับไม่ถ้วน
อยู่ห่างกันเพียงกำแพงเดียว ความรู้สึกแบบนี้ทำให้ทั้งคู่ตื่นเต้นจนบรรยายไม่ถูก
“เย่เทียน นายบ้าไปแล้วหรือไง!”
มู่หรงเสวี่ยได้สติก่อน เธอกัดริมฝีปากของเย่เทียนอย่างแรง แล้วผลักเขาออกไปทันที
ทว่ารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเย่เทียนยังคงติดอยู่บนริมฝีปาก ทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วไม่หยุด แถมยังรู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ
“มู่หรงเสวี่ย เธอเป็นหมาหรือไง ทำไมถึงชอบกัดคน!”
เย่เทียนแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่ถูกมู่หรงเสวี่ยกัดจนเจ็บ
หวานดี รสชาติไม่เลวเลย
“ถ้านายยังกล้าทำอะไรบ้า ๆ อีก ฉันจะกัดนายให้ตายเลย!”
มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวงาม มือเรียวทั้งสองข้างยันอกเย่เทียนไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาเข้ามาใกล้อีกแม้แต่นิด
แต่เมื่อสัมผัสกล้ามอกแน่นเต็มมือของเขา มู่หรงเสวี่ยก็อดจินตนาการไปไกลไม่ได้
“เธอนี่พูดกันไม่รู้เรื่องหรือไง ไม่ให้ฉันจูบ แล้วทำไมถึงเอาแต่จับฉันล่ะ?”
เย่เทียนเห็นใบหน้างดงามเย็นชาของมู่หรงเสวี่ยค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เย่เทียน ที่ฉันเรียกนายมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” มู่หรงเสวี่ยรีบชักมือกลับ พยายามกลบเกลื่อน
“เรื่องสำคัญอะไรล่ะ ตอนนี้เราไม่ได้คุยเรื่องสำคัญกันอยู่เหรอ?”
เย่เทียนค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ แล้วเป่าลมหายใจเบา ๆ ข้างหูมู่หรงเสวี่ย
ลำคอระหงของมู่หรงเสวี่ยพลอยขึ้นสีชมพูระเรื่อไปด้วย
“เย่เทียน ฉันจะพูดเรื่องตลาดโบราณวัตถุ นายจะฟังหรือไม่ฟังก็ตามใจ ถ้าไม่ฟังฉันจะไปแล้ว!”
มู่หรงเสวี่ยหันหลังเตรียมจะเดินออกไป เธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทนลูกยั่วของเย่เทียนไม่ไหวแล้ว
