“ของดีเหรอ? งั้นฉันต้องขอดูหน่อยแล้ว”
ในบรรดาคนที่มาวันนี้ ประธานสมาคมหยกเจียงเฉิงอย่างสือหลินเฟิงมีฐานะสูงส่งที่สุด
รองลงมาก็คือคนเหล่านี้
เห็นได้ชัดว่าสือหลินเฟิงอยากผูกมิตรกับเย่เทียน แล้วเย่เทียนจะดูไม่ออกได้ยังไง
“ผู้อาวุโสจาง รีบเปิดของดีให้ดูหน่อยสิครับ”
บนโต๊ะหินปูผ้ากำมะหยี่สีดำผืนหนึ่งไว้อย่างเรียบตึง
บนนั้นมีกล่องไม้จันทน์สีม่วงวางอยู่
ผู้อาวุโสจางเปิดกล่อง ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็ถูกดึงดูดไป
ภายในกล่องมีจี้หยกขาวชิ้นหนึ่งนอนนิ่งอยู่ เนื้อหยกเนียนนุ่ม มีคราบสีน้ำตาลอมเหลืองจาง ๆ บางส่วน
ตัวจี้สลักเป็นหญิงสาวกำลังร่ายรำ แขนเสื้อยาวพลิ้วไหว ท่วงท่าสง่างามเป็นธรรมชาติ เส้นสายของมวยผมและรอยพับบนเสื้อผ้าลื่นไหลงดงาม
ท่วงท่าของหญิงสาวพริ้วไหว ราวกับอีกประเดี๋ยวก็จะทะยานออกมาจากเนื้อหยก
โจวชื่อฉางกับหลี่โหยวฝูเห็นแล้วต่างก็มีแววตาตื่นเต้นขึ้นมาทันที
สือหลินเฟิงสวมถุงมือสีขาวบางเฉียบก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ หยิบจี้หยกขึ้นมา แล้วนำไปส่องใกล้แว่นขยายสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีเลนส์ขนาดใหญ่ เริ่มตรวจดูทีละจุด
เขาตรวจอย่างช้า ๆ และละเอียดมาก ตั้งแต่รูปทรงโดยรวม ไปจนถึงรายละเอียดการแกะสลักทุกจุด แล้วจึงพิจารณาเนื้อหยกกับการไล่เฉดของคราบสี
แว่นขยายแทบจะแนบติดกับผิวจี้หยก
โจวชื่อฉางกับหลี่โหยวฝูก็ขยับเข้าไปใกล้ พลางพินิจดูอย่างละเอียด
เย่เทียนนั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เขาไม่ได้ใช้พลังมองทะลุ
เพราะอยากเห็นมากกว่าว่าประธานสมาคมหยกคนนี้ใช้ตาเปล่าตัดสินของโบราณจากหยกแท้อย่างไร
สือหลินเฟิงใช้เวลาตรวจดูอยู่นานถึงสามนาทีเต็ม
สุดท้ายเขาวางแว่นขยายลง แต่ไม่ได้พูดทันที กลับค่อย ๆ วางจี้หยกลงในกล่องตามเดิม
“เหล่าสือ จี้หยกชิ้นนี้เป็นยังไงบ้าง?” จางโส่วเหรินอดถามไม่ได้
