“คุณหนูหวัง งานประมูลหินดิบและประเมินของโบราณที่จะจัดขึ้นพรุ่งนี้ เป็นเรื่องจริงที่มู่หรงฉี่หมิงทำไปเพื่อแย่งตลาดโบราณวัตถุกับฉัน
แต่ฉันไม่ใช่คนตระกูลมู่หรง และไม่เคยหลอกคุณเลย”
เย่เทียนอธิบาย
“นายไม่ใช่คนตระกูลมู่หรง แล้วจะมีสิทธิ์รับช่วงตลาดโบราณวัตถุได้ยังไง?
รู้ไหมว่ามีคนอยากได้ตลาดโบราณวัตถุมากแค่ไหน?
ในบรรดาสี่ตระกูลใหญ่ มีตระกูลไหนบ้างที่ไม่อยากฮุบตลาดโบราณวัตถุ?
ตระกูลมู่หรงจะยกให้คนนอกได้ยังไง?” หวังอวี่เยี่ยนเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำอธิบายนี้
เย่เทียนจึงเล่าเรื่องที่ตัวเองช่วยมู่หรงเจิ้นถิงเอาไว้ให้หวังอวี่เยี่ยนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
“นายคือหมอเทวดาที่ช่วยให้มู่หรงเจิ้นถิงฟื้นคืนชีพคนนั้นเหรอ?”
หวังอวี่เยี่ยนตกใจอีกครั้ง เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วแวดวงชนชั้นสูงของเจียงเฉิงแล้ว
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นคนที่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศจนราวกับมีอำนาจเหนือความเป็นความตาย
เขาไม่เพียงเก่งกาจด้านศิลปะการต่อสู้ ทั้งยังเชี่ยวชาญการประมูลหินดิบและประเมินของโบราณ แถมยังเป็นหมอเทวดาที่ช่วยคนให้ฟื้นคืนชีพได้อีก
ผู้ชายคนนี้จะเก่งรอบด้านเกินไปแล้วมั้ง
“ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้หลอกคุณ”
เมื่อความเข้าใจผิดคลี่คลาย เย่เทียนก็รีบถามต่อทันที “คุณกับมู่หรงเสวี่ยเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ในเมื่อเย่เทียนไม่ปิดบังอะไรเธอ หวังอวี่เยี่ยนเองก็คิดจะเล่าความจริงให้ฟังเช่นกัน
“เมื่อวันก่อน ฉันกับมู่หรงเสวี่ยยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่เลย
ตระกูลมู่หรงกับตระกูลหวังของเราทำธุรกิจแข่งขันกันมาตลอด แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยกระทบความสัมพันธ์ของฉันกับเธอ
แต่เมื่อคืนจู่ ๆ เธอก็บอกฉันว่า ต่อไปเราจะเป็นศัตรูกัน ไม่ใช่เพื่อนรักกันอีกแล้ว
จากนั้นเธอก็ประกาศสงครามธุรกิจกับตระกูลหวังของเรา
พวกคู่ค้ากลัวว่าจะโดนหางเลข แค่วันนี้วันเดียวก็มีหลายบริษัทขอยกเลิกความร่วมมือ ทำให้บริษัทตระกูลหวังเสียหายไปหลายร้อยล้าน
