“เย่เทียน แกกล้าโกงในงานประมูลหินดิบเชียวหรือ! ใครก็ได้ จับตัวมันไว้!
ถ้ากล้าขัดขืน ฆ่ามันทิ้งตรงนี้เลย!” คำพูดของมู่หรงฉี่หมิงลอดไรฟันออกมาทีละคำ
“มู่หรงฉี่หมิง แกกล้าเหรอ!”
“อารอง บ้าไปแล้วหรือไง!”
สิ้นคำสั่งของมู่หรงฉี่หมิง เงาร่างสองสายด้านหลังเขาก็พุ่งเข้าใส่เย่เทียนอย่างรวดเร็ว
พวกมันลงมือด้วยท่าสังหาร เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดจะยั้งมือเลย
เย่เทียนกำลังดีใจที่ชนะการแข่งขัน จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารรุนแรงสองสายพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
“ลอบโจมตีฉันเหรอ? สู้ประมูลหินดิบไม่ได้ก็หันมาใช้กำลัง? ไอ้ขยะเอ๊ย!”
แววสังหารวาบผ่านดวงตาเย่เทียน เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดไว้ที่หมัดทั้งสองข้าง
“ตูม!”
ขณะที่ยอดฝีมือสองคนซึ่งลอบโจมตีเย่เทียนจากด้านหลังกำลังจะต่อยถูกตัวเขา
เย่เทียนก็ซัดหมัดใส่ทั้งคู่จนกระเด็นลอยออกไปอย่างแรง
“อ๊าก...” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทันที
ร่างทั้งสองพุ่งกระแทกแท่นหินอ่อนข้าง ๆ ด้วยความเร็วมากกว่าตอนที่ลอบโจมตีเย่เทียนหลายสิบเท่า
แท่นหินอ่อนที่แข็งแกร่งถูกกระแทกจนเป็นหลุมลึกครึ่งเมตร
ยอดฝีมือสองคนที่ลอบโจมตีเย่เทียนแขนทั้งสองข้างหักยับ ไม่ทันได้พูดสักคำก็หมดสติไปแล้ว
“เป็นไปได้ยังไง? พวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือสิบอันดับแรกของเจียงเฉิง!”
มู่หรงฉี่หมิงหน้าซีดเผือดด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
ยอดฝีมือสิบอันดับแรกของเจียงเฉิงลงมือพร้อมกันตั้งสองคน แต่กลับถูกเย่เทียนซัดหมัดเดียวจัดการได้งั้นเหรอ?
ตกลงมันเป็นตัวอะไรกันแน่?
“มู่หรงฉี่หมิง ฉันบอกตั้งนานแล้วว่าถ้าฉันลงมือ แม้แต่ตัวฉันเองยังกลัว แต่นายไม่เชื่อ ตอนนี้เชื่อหรือยัง?”
เย่เทียนรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่ต่างจากเด็กเล็กที่พกทองเดินไปตามถนนใหญ่
คนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีภูมิหลังอะไรอย่างเขา ไม่เพียงมีฝีมือประเมินหินดิบและวัตถุโบราณเป็นเลิศ แต่ยังจวนจะได้ครอบครองตลาดโบราณวัตถุอีกด้วย
