สือเป่าเจินราวกับผีเสื้อที่โบยบินออกมาจากหมู่มวลดอกไม้ วิ่งเหยาะ ๆ มาหยุดตรงหน้าโจวจี้หลี่
“พี่จี้หลี่ เลิกงานแล้วหรือคะ” สือเป่าเจินลูบเปียที่พาดอยู่ด้านหน้า พอเข้ามาใกล้กลับไม่กล้าสบตาชายหนุ่มเสียแล้ว
โจวจี้หลี่ชะงักไปเล็กน้อย สายตาอ่อนโยนกวาดมองใบหน้าของสือเป่าเจินรอบหนึ่ง “คุณ... คือสหายเป่าเจินใช่ไหมครับ”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขาเรียกชื่อเธอ พร้อมกับสายตาอ่อนโยนที่จับจ้องมาที่เธอ แก้มของสือเป่าเจินก็แดงระเรื่อ “คุณยังจำฉันได้ด้วยหรือคะ”
เธอกับโจวจี้หลี่เคยพบกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่เขากลับเรียกชื่อเธอได้อย่างถูกต้องแม่นยำ คิดดูแล้ว ในใจเขาคงมองเธอแตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง
เขาสังเกตเห็นเธอจริง ๆ ด้วย แม้แต่ชื่อของเธอโจวจี้หลี่ก็ยังจำได้ขึ้นใจ
ดูท่าอีกไม่นานเธอก็คงคว้าผู้ชายตรงหน้ามาได้ แล้วไม่กี่ปีจากนี้ก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายจนแม้แต่เทพเซียนยังต้องอิจฉา!
“มาหาผมมีธุระอะไรหรือครับ” โจวจี้หลี่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย
หรือว่าตระกูลสือไม่ถูกใจเขา เลยส่งสือเป่าเจินมาบอกข่าว?
คราวก่อนแม่สื่อพาเขาไปสู่ขอที่ตระกูลสือ เขาก็เห็นแล้วว่าแม่ของสือเซี่ยไม่ได้ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นนัก จะเรียกว่าเย็นชาก็ยังได้
หรือว่า... ตระกูลสือไม่เห็นด้วยที่จะให้สือเซี่ยแต่งงานกับเขา?
พอคิดถึงตรงนี้ โจวจี้หลี่ก็กำหมัดแน่น เลือดทั่วร่างราวกับจะแข็งตัวไปหมด
เขากับสือเซี่ยเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน เขาอยู่ชั้นสูงกว่าเธอหนึ่งปี และชอบเธอมานานแล้ว
