น้ำเสียงของหยันลี่แข็งกระด้าง ท่าทางของเขาไม่เหมือนกำลังจะช่วยสือเซี่ยทิ้งขยะสักนิด กลับเหมือนกำลังสอบสวนผู้ต้องหา ให้รีบส่งมอบหลักฐานเสียมากกว่า
สือเซี่ยคิดว่าตัวเองเป็นคนอดทนมากพอแล้ว แต่หยันลี่ทำตัวแบบนี้อยู่เสมอ ความอดทนของเธอก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน
คนงานถูกนายทุนกดขี่มานานเข้า ก็ต้องลุกฮือขึ้นสู้บ้างแล้ว!
คิ้วเรียวสวยของสือเซี่ยขมวดเข้าหากัน เธอยื่นศีรษะน้อย ๆ ที่ฟูฟ่องออกไป แล้วพูดอย่างดุดันว่า “คุณพูดดี ๆ ไม่เป็นหรือไง!”
ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งโมโห ตลอดช่วงเที่ยงนี้เธอทนมาจนพอแล้วจริง ๆ
ถึงเธอจะอยากอยู่กับหยันลี่อย่างสงบสุข แต่ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เธออึดอัดจนจะป่วยอยู่แล้ว!
พอนึกถึงวันข้างหน้าที่ต้องอยู่กินกับหยันลี่ซึ่งทำตัวแบบนี้ทุกวัน สีหน้าของเธอก็ยิ่งดุขึ้นไปอีก เมื่อเห็นหยันลี่มองเธออย่างประหลาดใจ เธอจึงเชิดคอขึ้น จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “มองอะไร? ฉันทนคุณมานานพอแล้ว! เราสองคนร่วมมือกัน ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรคุณสักหน่อย!”
เพราะโกรธมาก ริมฝีปากของเธอจึงยื่นออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งเพิ่งกินไอศกรีมแท่งเสร็จ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อจึงดูชุ่มฉ่ำเป็นประกาย มองแล้วทั้งนุ่มนิ่มและเด้งดึ๋ง
เธอคิดได้แล้วว่าคนอย่างหยันลี่ไม่ควรตามใจ มีอะไรไม่พอใจก็ต้องพูดออกมา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีวันรู้ตัวว่าตัวเองมีปัญหา
ไม่ว่าหยันลี่จะโกรธหรือไม่ เธอก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมอีกแล้ว!
เมื่อคิดเช่นนั้น ดวงตารูปเมล็ดซิ่งที่งดงามของสือเซี่ยก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มือที่เกาะขอบหน้าต่างรถออกแรงเกร็ง เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมพร้อม “ต่อสู้” แล้ว
