หยันลี่ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย
เขารักสือเซี่ยหรือ?
แค่ได้ยินก็ทำเอาเขาขนลุกแล้ว
สือเซี่ยแต่งงานกับเขา แถมพวกเขายังมีความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนกัน เขาก็ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าเขาจะรักใครหรือไม่
แต่เรื่องพวกนี้เขาไม่พูดกับคนในบ้านหรอก เขาเพียงตอบรับอย่างคลุมเครือ แล้วกลับเข้าห้องไปเก็บข้าวของ
ไม่นาน พ่อของหยันลี่ก็กลับมาถึงบ้าน ทั้งครอบครัวเตรียมตัวรับประทานอาหาร
ตอนบ่ายหยันลี่กินข้าวกับสือเซี่ยที่ร้านอาหารของรัฐไปแล้ว ตอนนี้จึงไม่หิวเลยสักนิด
แต่เขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน อีกทั้งพรุ่งนี้ก็จะแต่งงาน คนในบ้านต้องคุยเรื่องงานแต่งที่โต๊ะอาหารแน่ หยันลี่จึงลงไปข้างล่าง
คนอื่น ๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกันหมดแล้ว
คุณย่านั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ตอนนี้ “อาการป่วย” ของท่านหายดีแล้ว แต่ดูเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี ใบหน้าบึ้งตึง
ทางซ้ายมือของคุณย่าคือหยันกั๋วอัน พ่อของหยันลี่ และชิวยู่ฉิน แม่ของหยันลี่
หยันกั๋วอันมีใบหน้าสุขุม ระหว่างคิ้วมีรอยย่นลึกเส้นหนึ่ง ดูเคร่งขรึมอยู่บ้าง มีเพียงยามที่สายตาจับอยู่บนตัวภรรยาเท่านั้นที่สีหน้าจะอ่อนโยนลง
ทางขวามือของทั้งสองคือซูเสี่ยวเหมย์ แม่บ้าน ตรงกลางเว้นที่นั่งไว้หนึ่งที่ ส่วนข้าง ๆ คือหยันจิ่น น้องสาวของหยันลี่ที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน
ซูเสี่ยวเหมย์ตักข้าวให้คุณย่าไปพลาง ลอบมองร่างสูงใหญ่นั้นด้วยหางตาไปพลาง
แค่คิดว่าเขาจะมานั่งข้างเธอ หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นมา ใบหน้าพลันร้อนผ่าว
สายตาของหยันลี่หยุดอยู่ที่ที่นั่งว่างครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาน้องสาว แล้วแตะไหล่เธอเบา ๆ “ไปนั่งตรงโน้น”
ปีนี้หยันจิ่นอายุสิบหก อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่แม้แต่หมาก็ยังรำคาญ
