หยันลี่มองริมฝีปากที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม กลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคืนในดงกกแห่งนั้น เขาบดขยี้ริมฝีปากนุ่มนิ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความปรารถนาที่สะสมมานานกว่ายี่สิบปีราวกับระเบิดออกมาในวินาทีนั้น
ทันทีที่ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับเขา สติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาก็ดูเหมือนจะดับวูบไป
แค่คิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้ ร่างกายของหยันลี่ก็สั่นสะท้านขึ้นมา
สายตาของเขาราวกับติดอยู่บนริมฝีปากของสือเซี่ย เนิ่นนานไม่ยอมละไป
เขาเป็นผู้ชายปกติคนหนึ่ง
ยิ่งเมื่อวานเขาตระหนักแล้วว่าตนมีความรู้สึกพิเศษต่อสือเซี่ย เขาจึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับหัวใจตัวเอง
พระเจ้ารู้ดีว่าเมื่อคืนเขากลัวและเสียใจมากแค่ไหน
วินาทีที่รู้ว่าสือเซี่ยอาจตกอยู่ในอันตราย หัวใจของเขาราวกับถูกมือข้างหนึ่งบีบรัดแน่น จนแทบหยุดหายใจ
วินาทีนั้นเอง เขาก็ตระหนักว่าเขาชอบสือเซี่ย
ไม่ใช่ความชอบผิวเผินที่เกิดจากแรงปรารถนาทางกาย แต่เป็นความหวาดกลัวและความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ถาโถมเข้ามา เมื่อคิดว่าเธออาจได้รับบาดเจ็บหรือจากเขาไป
จู่ ๆ เขาก็คิดได้ว่า ในเมื่อไม่มีใครคาดเดาอนาคตได้ ก็จงคว้าปัจจุบันเอาไว้
เขาไม่ได้หลบเลี่ยงท่าทีสนิทสนมของสือเซี่ยเหมือนทุกครั้ง กลับยกมือข้างหนึ่งโอบเอวเธอ ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนครึ่งตัว ส่วนมือใหญ่อีกข้างลูบแก้มขาวผ่องของเธออย่างแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าใกล้ จนสือเซี่ยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเขา
“อืม ผมดูหน่อย” เขาพูดเสียงต่ำ
คราวนี้กลับเป็นสือเซี่ยที่ถอยหนี
วันนี้เขาเป็นอะไรไปนะ
ถ้าเป็นปกติ หยันลี่คงแค่เงยหน้ามองเธอเท่านั้น ไม่มีทางกอดเธอแบบนี้ แถมยังมาลูบหน้าเธออีก...
