ทั้งหกคนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวกัน ชายหนุ่มสามคนเล่าเรื่องที่เพิ่งแอบฟังอยู่ตรงกำแพงให้ซ่งเว่ยกั๋วกับเจียงซิ่วเอ๋อฟังอีกครั้ง
สองสามีภรรยาตระกูลซ่งต่างประหลาดใจกับเรื่องที่เสิ่นชางเหอตบตีภรรยาเหมือนกัน
แต่ตอนนี้มันก็กลายเป็นเรื่องซุบซิบของบ้านคนอื่นไปแล้ว ฟังเอาสนุกก็พอ
ทางบ้านตระกูลซ่งกำลังครื้นเครง เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย ส่วนสองสามีภรรยาตระกูลเสิ่นมองกล่องเหล็กว่างเปล่าแล้วแทบคลั่ง
เฉียนอวี้เคอกอดกล่องร้องไห้ราวกับกำลังไปร้องไห้หน้าหลุมศพ ปากก็ด่าพึมพำไม่หยุด
“ต้องเป็นนังเฉินชิงชิงนั่นแน่ที่ทำเรื่องนี้ ไม่ได้การแล้ว ฉันจะไปบ้านมันเดี๋ยวนี้!”
เสิ่นชางเหอยกมือกุมขมับ เพิ่งวันนี้เองที่เขาค้นพบว่าตัวเองทนแรงกดดันได้เก่งเหลือเกิน
ตลอดวันกับอีกหนึ่งคืนที่ผ่านมา เขาถูกกระแทกกระทั้นจนสมองแทบชาแล้ว อย่าว่าแต่เงินหายเลย ต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกว่าที่ไหนเกิดสงครามและอยากให้เขาไปตายแทน เขาก็คงยอมรับได้
“ไม่ต้องไปหรอก เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน ไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ นอกจากพวกนั้นจะไม่ยอมรับแล้ว เผลอ ๆ ยังจะก่อเรื่องกันอีกรอบ ถือว่าเสียเงินเพื่อปัดเป่าภัยก็แล้วกัน!”
“แต่ตอนนี้บ้านเราไม่มีเงินสักหยวน พรุ่งนี้ต้องไปขอโทษบ้านตระกูลซ่ง ยังต้องเตรียมเงินกับจักรยานให้ตัวก่อเรื่องนั่น แถมยังต้องจัดงานแต่งอีก ไม่มีเงินแล้วจะทำอะไรได้บ้างล่ะ!”
เฉียนอวี้เคอทำใจกลืนความแค้นนี้ไม่ลงจริง ๆ
“ไห่หนิงมีเงินเก็บอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปขอเขามาใช้แก้ขัดก่อน ส่วนที่เหลือฉันจะหาทางเอง”
มาถึงขั้นนี้แล้วก็คงต้องทำแบบนั้น
แต่พอเฉียนอวี้เคอไปหาเสิ่นไห่หนิง ทั้งสองก็ต้องเห็นกล่องว่างเปล่าแล้วแทบสิ้นสติอีกครั้ง
