บางครั้งเหยียนเยว่ได้ยินเสียงครางอู้อี้กับเสียงด่าทอสั้น ๆ จากถ้ำข้าง ๆ
นางตัดสินใจไม่บอกก่อนว่าตอนนี้ท้องไม่ปวดแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงรุมเข้ามาราวกับหมาป่าหิวโซ อยากจะกลืนกินนางทั้งเป็นแน่
ส่วนอสูรที่อยู่ถ้ำข้าง ๆ เหล่านั้น นางต้องหาทางไปพบพวกเขาสักครั้ง
คิดได้ดังนั้น เหยียนเยว่จึงเรียกฉือจิ้นมาหา
“วันนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว เจ้าอุ้มข้าออกไปสูดอากาศข้างนอกได้ไหม ช่วงนี้อยู่ในถ้ำแล้วรู้สึกอุดอู้เหลือเกิน”
ตอนนี้คนอื่น ๆ ออกไปล่าสัตว์กันหมด เหลือเพียงฉือจิ้นกับเสวี่ยที่คอยดูแลนาง นับเป็นโอกาสดี
เสวี่ยกำลังซักเสื้อผ้าให้นางอยู่ในแม่น้ำด้านนอก
ฉือจิ้นรีบวิ่งมาหาด้วยแววตาคาดหวัง เดิมทีกำลังจะพยักหน้าตกลง แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่ได้ ฤดูผสมพันธุ์ของเจ้ายังไม่ผ่านไป ถ้าออกไปโดนลมเย็น เดี๋ยวท้องก็ปวดอีก”
สองวันนี้สตรีน้อยหน้าซีดเซียว ร่างกายอ่อนแอ ทำเอาพวกเขาตกใจกันแทบแย่
ฉือจิ้นทำตามที่เสี่ยวเหิงกำชับอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมพานางออกไปซุกซนเด็ดขาด
การเจรจาครั้งแรกจบลงด้วยความล้มเหลว
เหยียนเยว่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเอนตัวกลับลงบนแท่นหินอย่างหมดแรง
ฉือจิ้นร้อนใจจนเดินวนไปมา “เยว่เยว่ เป็นอะไรไป ไม่สบายอีกแล้วหรือ ข้าป้อนผลึกสัตว์ให้เจ้าสักเม็ดนะ”
ขณะพูด เขาก็หยิบผลึกสัตว์ออกมาแล้วจ่อไว้ที่ริมฝีปากนาง เตรียมช่วยให้นางดูดซับพลัง
เหยียนเยว่ผลักเขาออก “ท้องข้าไม่ปวด แค่รู้สึกอุดอู้นิดหน่อย ไม่ได้ออกไปข้างนอกหลายวันแล้ว แม้แต่อากาศสดชื่นสักเฮือกก็ยังไม่ได้สูด”
