ชิวเหยียนเปิดก้อนหินที่ทับอยู่ แล้วเข้าไปค้นหาในถ้ำ
“เยว่เยว่ เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่?”
“ข้าอยู่”
เมื่อได้ยินเสียงชิวเหยียน เหยียนเยว่จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยร่างที่สั่นเทา
พวกเขาเอาชนะมั่วเจ๋อได้แล้ว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เหยียนเยว่กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นยินดีนัก
“มั่วเจ๋อล่ะ?”
ชิวเหยียนเห็นร่างของสตรีน้อย ก็รีบเดินเข้ามาหานางอย่างตื่นเต้น
“เจ้าหมายถึงสัตว์ป่าจรจัดพันธุ์หมีตัวนั้นหรือ? พวกเราล้มเขาได้แล้ว เขาบาดเจ็บอยู่บ้าง ตอนนี้สลบอยู่ข้างนอก”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ ชิวเหยียนก็อดสงสัยไม่ได้ “สัตว์ป่าจรจัดพันธุ์หมีตัวนั้นเป็นอสูรขั้นห้าเหมือนกัน ไม่รู้ทำไมเมื่อครู่ถึงสู้ได้อ่อนแรงนัก ดูง่วงงุนอยู่ตลอด ไม่อย่างนั้นพวกเราคงล้มเขาเร็วขนาดนี้ไม่ได้ ที่เขาเป็นแบบนั้นเพราะสิ่งที่เยว่เยว่ให้ดื่มเมื่อครู่หรือ?”
เหยียนเยว่ก้มตาลง “อืม นั่นคือน้ำต้มกล่อมนอน เขาน่าจะหลับไปทั้งวัน”
ชิวเหยียนไม่ได้ถามว่าสมุนไพรกล่อมนอนพวกนั้นมาจากไหน เพียงมองสตรีน้อยตรงหน้าด้วยแววชื่นชม
“ขอบคุณที่ยอมช่วยพวกเรา”
“เจ้าทั้งฉลาดและกล้าหาญจริง ๆ!”
เผ่าของชิวเหยียนเคยถูกสัตว์ป่าจรจัดโจมตีมาหลายครั้ง
สำหรับเผ่าแล้ว สิ่งล้ำค่าที่สุดก็คือสตรี
แต่สำหรับสัตว์ป่าจรจัด สตรีก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดเช่นกัน
ดังนั้นแม้พวกเขาจะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ก็ยังยากจะป้องกันไม่ให้สตรีถูกจับตัวไปได้
สตรีเหล่านั้นบางคนก็น่าสงสาร บางคนก็เศร้าโศก แต่ไม่เคยมีใครสงบนิ่งและเฉลียวฉลาดเหมือนนาง
