เหยียนเยว่หมดสติเพราะความตกใจ พูดให้ถูกคือ ความตึงเครียดและหวาดกลัวทำให้เธอถูกความหวาดผวาอย่างรุนแรงจู่โจมจนประสาทพังทลายลงในพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนหลังของเสี่ยวเหิง
รอบด้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัด
ราวกับการต่อสู้ชุลมุนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“เจ้าทรยศพวกเรา”
เสี่ยวเหิงรู้ตัวทันทีที่เธอฟื้นขึ้นมา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เหยียนเยว่ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนก แต่แล้วกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด “ใช่ ข้าหนีไป แต่จะเรียกว่าทรยศไม่ได้ เพราะแต่แรกข้าก็ไม่อยากแต่งงานกับพวกเจ้าอยู่แล้ว”
ไม่เสแสร้งแล้ว เปิดอกพูดกันตรง ๆ เลย
ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเขาก็แทบอยากฉีกเธอเป็นชิ้น ๆ อยู่แล้ว
น้ำเสียงเย็นชาของเสี่ยวเหิงยิ่งเย็นเยียบกว่าเดิม “แต่ตอนนั้นเจ้าเป็นคนเลือกเอง เจ้าเลือกพวกเรา แล้วทำไมยังหนี พวกเราปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีหรือ?”
ก็ดี แต่ต่างฝ่ายต่างก็มีจุดประสงค์ของตัวเองเท่านั้น
เหยียนเยว่เอ่ยเสียงเย็น “ตอนนี้พูดเรื่องพวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร อย่างไรตอนนั้นข้าก็ทำไปเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนพวกเจ้าก็แค่อยากหาสตรีมาสืบพันธุ์”
“ที่เรียกว่าดีกับข้า ก็เป็นเพียงแสดงความอ่อนโยนน่าสงสารออกมาบ้างระหว่างกักขังข้าไว้เท่านั้น พวกเจ้าไม่เคยเคารพข้าจริง ๆ”
“ข่มขู่ คุกคาม และควบคุมกันแต่แรกก็ไม่มีทางแลกมาซึ่งความจริงใจได้”
ดวงตาของเหยียนเยว่แดงก่ำ
