“เจ้าหนู… เธอพูดว่าอะไรนะ”
โจวอวี่เชินแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เธอ… ไม่กลัวฉันเหรอ”
เขากวาดตามองไปรอบห้อง คิดว่าเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้ เธอกลับยอมรับได้ง่ายดาย แถมยังดีใจเพราะเรื่องนี้ด้วยหรือ
หัวใจของโจวอวี่เชินเต้นรัวขึ้นมา
เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
แทบจะกระเด็นออกมาจากอก
เสิ่นจืออี้มองเขานิ่ง น้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“พี่คือพี่อวี่เชินของฉันนี่นา”
“ฉันจะกลัวพี่ได้ยังไง”
เธอก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว กุมมือเขาไว้ รับรู้ถึงความสุขที่แล่นพล่านตั้งแต่ร่างกายจรดจิตใจ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ฉันชอบที่พี่แสดงความรักกับฉัน ชอบที่พี่ใส่ใจฉัน ชอบความหวงแหนที่พี่มีต่อฉัน…”
“ฉันชอบทุกอย่างทั้งหมดนี้”
“และเหตุผลของทุกอย่างก็มีเพียงเพราะพี่เป็นพี่”
“แค่นั้นเอง”
หัวใจของโจวอวี่เชินราวกับถูกใครบางคนกระแทกอย่างแรง
ทว่ากลับมีความหวานละมุนราวน้ำผึ้งผุดพรายขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
เขากุมมือเธอกลับ แล้วโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอด “เจ้าหนู…”
“ฉันไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม…”
เขาไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด
แล้วทำไมถึงรู้สึกมึนเมาสุขล้นเช่นนี้
เจ้าหนูบอกว่าเธอชอบ…
ชอบทุกสิ่งที่เขาทำกับเธอ
นั่นหมายความว่า
เธอชอบเขาหรือ
คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว แต่โจวอวี่เชินกลับไม่กล้าเชื่ออย่างเต็มที่
เขาต้องได้ยินคำตอบจากปากเธอเอง ถึงจะยืนยันได้
ไม่มีใครตอบแทนเธอได้
เสิ่นจืออี้ราวกับอ่านใจเขาออก เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนผละออกจากเขา แล้วเดินไปทางตู้เย็น
เธอเปิดตู้เย็นอย่างคล่องแคล่ว หยิบเบียร์ออกมาสองกระป๋องอย่างคุ้นเคยราวกับอยู่บ้านตัวเอง จากนั้นหันกลับมาส่ายกระป๋องให้เขาดู
