เสิ่นจืออี้สะดุ้งจนถอยหลังไปสองก้าวเพราะเสียงดังสนั่นที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้น ยังไม่ทันตั้งสติ ประตูก็ถูกกระชากเปิดออก
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ด้านใน
ทันทีที่เห็นเธอ สีหน้าของเขาก็ชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนดวงตาขุ่นมัวจะสว่างวาบขึ้นมา
“สวยขนาดนี้เลยเหรอ?!”
สายตาของเขาเลื่อนลงอย่างอดใจไม่ไหว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่กระเป๋าซึ่งเธอสะพายอยู่
เขารู้จักแบรนด์นี้ เป็นแบรนด์ดังระดับท็อปเลยทีเดียว!
ที่แท้ก็เป็นเศรษฐีนีจริง ๆ ด้วย!
ลูกชายหูหนวกของเขามีความสามารถขนาดนี้เชียวหรือ?
ดวงตาของหลีชางกุ้ยเป็นประกาย เขาหันไปเหลือบมองหลีเหิงที่นอนแผ่อยู่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มประจบประแจงเต็มหน้า
หลีเหิงเงยหน้าขึ้น
เขาไม่ได้ยินว่าหลีชางกุ้ยพูดอะไรกับเธอ
แต่กลับได้ยินเสียงในใจของเธออย่างชัดเจน
【แฟนสาวเหรอ?】
【หลีเหิงแนะนำฉันกับพ่อแบบนี้เหรอ?】
ความละอายอันร้อนผ่าวทะลักขึ้นมาถึงศีรษะ หลีเหิงหน้าซีดเผือดในพริบตา
เขาผุดลุกจากพื้นอย่างลนลาน เซถลาไปชนหลีชางกุ้ย ก่อนจะเอื้อมมือหมายปิดประตูใส่หน้าเธอ—
「รีบไป!」
เขาขยับปากบอกเธอ นิ้วมือสั่นระริกด้วยความร้อนใจ
แต่เสิ่นจืออี้ไหวตัวเร็วกว่ามาก
เธอยกมือยันบานประตูไว้ ก่อนก้าวข้ามเข้ามาโดยไม่ลังเล แล้วตรงเข้าไปหาเขาทันที
“หลีเหิง! คุณบาดเจ็บเหรอ?!” เพียงกวาดตามอง เธอก็เห็นแผลตรงขมับที่มีเลือดซึม รวมถึงรอยเลือดและรอยช้ำบนแขนที่พาดไขว้กัน เสียงของเธอพลันสูงขึ้น ทั้งตกใจทั้งโกรธ “ทำไมถึงเจ็บหนักขนาดนี้?!”
