“ไม่เอาหรอก...” เสิ่นจืออี้ถีบเขาออกไป
เธอรับรู้อารมณ์ของเขาได้แล้ว
มันไม่ใช่แค่การทายาอย่างแน่นอน
ต้วนซิงจื่อจับข้อเท้าของเธอไว้ ก่อนจะเผลอลูบตรงตำแหน่งเดียวกันบนขาของตัวเองที่ถูกถีบ “เจ็บไหม?”
ความเจ็บปวดที่เขารู้สึกไม่รุนแรงเท่าเธอ
เขาแค่กลัวว่าเธอจะทำตัวเองเจ็บ
หัวใจของเสิ่นจืออี้เต้นเร็วขึ้น หลังจากเจ็บหนึบอยู่ชั่วครู่ เธอก็สัมผัสได้ถึงความสุขอันยิ่งใหญ่ที่ยากจะบรรยาย
เหมือนจะ...ฟิน?
เธอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มองต้วนซิงจื่อ ก่อนจะอ้าปากพูด ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
“โรคจิต...” เธอบ่นเสียงเบา
ต้วนซิงจื่อหัวเราะในลำคอ กดเอวเธอไว้แล้วจูบแตะริมฝีปากแผ่วเบา
“อืม”
“เพราะฉะนั้น คราวหน้าอาอี้ไม่ต้องให้รางวัลฉันแบบนี้ก็ได้”
“ทำตัวเองเจ็บ แถมยังลงโทษฉันไม่สาสม แบบนี้ไม่คุ้มเอาเสียเลย”
เขาจับมือเธอมาวางตรงจุดที่เปราะบางที่สุดของตัวเอง ดวงตาลึกล้ำพลางเอ่ยว่า “ถ้าจะตี ก็ตีตรงนี้”
ตรงที่ไม่มีอยู่ คงไม่เจ็บมากขนาดนั้น
ใบหน้าเสิ่นจืออี้แดงจัด เธอชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“ฉันจะลุกแล้ว” เธอผลักเขา “คุณออกไปก่อน”
ต้วนซิงจื่อลูบแก้มเธอ “แต่งงานกันแล้ว ยังจะเขินอะไรอีก?”
“ฉันไม่สน ยังไงคุณก็ออกไปก่อน” เสิ่นจืออี้กอดผ้าห่มแน่นแล้วม้วนตัวไปอีกด้าน
แววตาต้วนซิงจื่ออ่อนโยนลึกซึ้ง “ได้”
“งั้นคุณจัดการตัวเองก่อน ฉันออกไปดูข้างนอก”
หลังหลิงหยวนตาย เขาต้องออกไปตรวจดูนอกหุบเขาทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าคนขององค์ชายสามยังตามหาหุบเขาฝูหลิงไม่พบ
เขาสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วก้มลงดึงผ้าห่ม ลากเสิ่นจืออี้ที่ม้วนตัวเป็นก้อนทั้งคนทั้งผ้าห่มออกมาจากด้านใน
