กลิ่นหอมคุ้นเคยของดอกการบูรค่อย ๆ ลอยเข้ามาใกล้
ในจังหวะที่ริมฝีปากกำลังจะแตะลงบนริมฝีปากเขา มือที่วางอยู่บนกระดุมเม็ดบนสุดก็ออกแรงกดไหปลาร้าของเธอไว้
เจียงจิ้นหวังหลุบแพขนตาลง
เป็นการขีดเส้นแบ่งระหว่างพวกเขาไว้
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
สบเข้ากับสายตาสับสนและน้อยใจของเชินจืออี้ ดวงตาคู่นั้นพร่าไปด้วยหยาดน้ำ
“ทำไมต้องหลบฉันด้วย?”
เธอพึมพำเสียงเบา สีหน้าหม่นลง
หัวใจของเจียงจิ้นหวังราวกับถูกอะไรบางอย่างต่อยเข้าให้
เขายื่นมือไป ปลายนิ้วลูบแก้มเธอแผ่วเบา
เสียงของเขาข่มกลั้นจนแหบพร่า
“ยังไม่ได้”
“ทำไมถึงยังไม่ได้?” เชินจืออี้ถามต่อ
ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ
เจียงจิ้นหวังถอนหายใจ ไม่ตอบอะไร เพียงประคองใบหน้าเธอไว้ ก่อนโน้มตัวลงจูบเปลือกตาชื้น ๆ ของเธอเบา ๆ
เชินจืออี้หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
ขนตาสั่นไหวเล็กน้อย
ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาผละจากเปลือกตา แล้วไล้ลงมาตามแนวใบหน้า ก่อนหยุดลงบนปลายจมูกของเธอ
เธอได้กลิ่นหอมสดชื่นของสะระแหน่ที่โชยมาจากตัวเขา ปะปนกับกลิ่นอายเย็นชาเฉพาะตัว
ได้ยินเสียงทุ้มต่ำราวกับเชลโลของเขาดังก้องอยู่ข้างหู
“อย่ายั่วฉัน” เขาเอ่ย
เจียงจิ้นหวังเชยคางเธอขึ้น นิ้วหัวแม่มือคลึงริมฝีปากนุ่มแผ่วเบา “ฉันอดใจเก่งขนาดนั้นไม่ได้หรอก”
น้ำเสียงแหบพร่าของเขาแฝงความอ่อนโยนที่ยากจะบรรยาย
เชินจืออี้สบตาเขา
เห็นกระแสหมุนวนราวกับกลุ่มดาวอยู่ในดวงตาลึกล้ำคู่นั้น ราวกับจะดูดเธอเข้าไปจนหมดสิ้น
แก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะครอบครองเช่นนั้น เธอคุ้นเคยดีเกินไป
ทุกครั้ง…
เขาจะทำให้เธอแทบขาดใจ
เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน หัวใจเธอก็เต้นเร็วขึ้นฉับพลัน
