เจียงจิ้นหวังวิ่งลงไปชั้นล่างราวกับคนเสียสติ เขาแหวกฝูงชน พลางมองหาทีละคน
ไม่ใช่...
ไม่มีใครเป็นเจ้าหนูของเขา!
ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ทว่ายังคงจ้องฝูงชนที่เบียดเสียดกันไม่วางตา
ใบหน้าของผู้คนเหล่านั้นพร่าเลือนอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาเริ่มรู้สึกวิงเวียนอย่างน่ากลัว
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็หยุดชะงัก
แม้แต่ปลายนิ้วก็สั่นระริก เขาเซไปเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งไปหาร่างด้านหลังที่คุ้นเคยตรงประตู
เจ้าหนู...
เธอรับปากแล้วว่าจะฟังคำอธิบายของเขา
จะให้โอกาสเขาสำนึกผิดและชดใช้บาป
เธอรับปากแล้ว...
ตอนเจียงจิ้นหวังวิ่งไปถึงหน้าประตู เขาก็เห็นเสิ่นจืออี้ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ดูเหมือนเธอจะหมดแรง ร่างอ่อนยวบทรุดลง
ดวงตาของเจียงจิ้นหวังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาก้าวขายาว ๆ วิ่งไปหาเธอ ยังไม่ทันเข้าใกล้ มือก็ยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว
แต่...
ผู้ชายคนหนึ่งกลับรับตัวเธอไว้ได้เร็วกกว่าเขา
การเคลื่อนไหวของเจียงจิ้นหวังช้าลง แขนของเขาค้างแข็งอยู่กลางอากาศ
ฝีเท้าค่อย ๆ หยุดนิ่ง
เขามองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นชัดเจน
เป็นซ่งหมิงเจา
ฤดูหนาวที่ยังมาไม่ถึง ราวกับจู่โจมเข้ามาในชีวิตของเขาในชั่วพริบตา
หิมะเย็นเยียบราวกับคมสว่านน้ำแข็งโหมกระหน่ำปกคลุมทั่วร่าง
เจียงจิ้นหวังหนาวเหน็บไปทั้งตัว
เลือดทั่วร่างราวกับถูกสูบออกจนหมด เหลือเพียงหัวใจที่ด้านชาเต้นกระหน่ำอยู่ในอก
แม้แต่ซอกกระดูกก็ยังแผ่ซ่านด้วยความเจ็บปวดแน่นขนัด
อีกแล้ว...
เธอถูกผู้ชายคนนี้พาตัวไปอีกแล้ว...
ความโกรธและความหวาดกลัวอย่างหนักอึ้งลุกโชนขึ้นในอกเจียงจิ้นหวัง
ฟ้าดินหมุนคว้าง
ท่ามกลางแสงแดดแผดเผาและความหนาวเย็นของหิมะในหัวใจที่ถาโถมเข้าปะทะ เขารู้สึกเวียนหัวจนหายใจไม่ออก
เมื่อได้สติกลับคืนมา
ซ่งหมิงเจาก็พาเสิ่นจืออี้ขึ้นรถจากไปแล้ว
