“คุณพูดว่าอะไรนะ?”
เสิ่นจืออี้ขมวดคิ้ว กำผ้าปูเตียงแน่น
เยว่ถิงเหมยเห็นแววประหลาดใจในดวงตาของเธอ ก็ฟันธงทันทีว่าเธอไม่รู้เรื่องนี้ ในใจพลันเอ่อล้นด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
เป็นเรื่องจริง!
คราวนี้เจียงจิ้นหวังจบเห่จริง ๆ แล้ว!
เธอยิ้มบิดเบี้ยว มุมปากยกขึ้นก่อนเอ่ยว่า “ดูท่าเขาจะปิดบังคุณมานานแล้วนะ”
“คุณยังกล้าบอกว่ารู้จักเขาดีอีกเหรอ?”
“ให้ฉันบอกคุณเอง ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง”
“เขามันวิปริต! เป็นปีศาจ!”
อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านขึ้นมา
“เขาไม่อยากให้คุณฟื้นความทรงจำ ต้องเป็นเพราะทำเรื่องผิดต่อคุณไว้แน่ ๆ ไม่อยากให้คุณนึกออก!”
“ไม่แน่นะ พวกคุณอาจเลิกกันไปแล้วก็ได้!”
เมื่อคาดเดาจากเส้นเวลาในชาติก่อน...
เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
แววตาเยว่ถิงเหมยวูบไหวด้วยความมืดมน “เขาฝ่าฝืนจรรยาบรรณแพทย์ แล้วยังใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้มาหลอกลวงและเล่นกับความรู้สึกของคุณ”
“คุณไม่เกลียดเขาเหรอ?”
“คนแบบนี้ คุณยังกล้าอยู่กับเขาอีกเหรอ?”
จู่ ๆ เสิ่นจืออี้ก็ปวดหัวขึ้นมา
เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายปลิวว่อน ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางสมอง
มากเกินไป ถาโถมเข้ามาถี่เกินไป
ความทรงจำล้นทะลักจนไม่อาจจับภาพใดให้ชัดเจนได้ในชั่วขณะ
แต่กลับทำให้เธอยกมือกุมศีรษะ ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่รู้ตัว
“เจียงจิ้นหวัง...”
เธอฝืนทนความปวดหัว พลิกผ้าห่มแล้วลุกจากเตียง
เธอต้องไปหาเขา
เรื่องทั้งหมด เธออยากฟังจากปากเขาเอง
เยว่ถิงเหมยขวางอยู่ตรงหน้า สีหน้าปรากฏแววแปลกประหลาด คล้ายงูพิษเย็นเยียบที่แลบลิ้นแผล็บ ๆ “คุณนึกออกหมดแล้วเหรอ?”
