เสิ่นจืออี้อ่อนระทวยเกาะเกี่ยวเขาไว้
ปลายนิ้วกำเสื้อบริเวณหัวไหล่ของเขาแน่น แทบจะยืนไม่ไหว
เจียงจิ้นหวังใจดีโอบเอวเธอไว้
แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
เขาประคองใบหน้าเธอ แยกออกเล็กน้อย ก่อนแนบหน้าผากเข้ากับเธอ แม้แต่ปลายจมูกก็ยังคลอเคลียกัน
ลมหายใจของเขาหนักหน่วง
สายตาที่ทอดต่ำจับจ้องริมฝีปากของเธอไม่วางตา
“เจียงจิ้นหวัง...”
เสิ่นจืออี้รู้สึกว่าตรงที่เขาเพิ่งเลียผ่านเมื่อครู่ร้อนผ่าวขึ้นมา
แก้มร้อนระอุ
ทุกลมหายใจของเธอพันเกี่ยวอยู่กับเขา
เสียงเรียกของเธอทำให้หัวใจเจียงจิ้นหวังปั่นป่วน
ลูกกระเดือกเขาขยับวูบ
เขาพลันหันข้าง ซุกหน้าลงกับซอกคอเธอ
มือทั้งสองข้างรัดเอวเธอแน่น ราวกับอยากหลอมเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
เขาไม่พูดอะไร
เพียงแนบอยู่กับลำคอเธอ กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างแข็งตึงและร้อนผ่าว
ลมหายใจอุ่นจากริมฝีปากบางพ่นรดข้างหู
เหมือนอีกเพียงชั่วขณะ เขาก็จะบดจูบลงบนผิวหลังใบหูของเธออย่างหนักหน่วง
เสิ่นจืออี้นึกถึงสัมผัสตอนที่เขาเลียจูบแก้มเธอเมื่อครู่
เธอซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเขินอาย
สายตาเหลือบเห็นเค้กครีมบนโต๊ะ รับรู้ได้ชัดถึงความร้อนที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา รวมถึงความเกร็งข่มกลั้น
หัวใจเธออ่อนยวบ กลายเป็นแอ่งน้ำหวาน
เธอคิด
ต้องทำอย่างไรแผลของเธอถึงจะหายเร็วขึ้นนะ...
เจียงจิ้นหวังกอดเธอไว้อยู่นานกว่าจะสงบลง
จากนั้นจึงค่อย ๆ คลายอ้อมแขน
เขาลูบศีรษะเธอเบา ๆ
“กินมื้อเช้าอีกหน่อย แล้วเราไปซื้อผ้าปูที่นอนด้วยกันไหม?”
“ที่บ้านต้องมีคุณอยู่ด้วย”
ต้องมีข้าวของของเธอคอยเติมเต็มทุกซอกทุกมุม
ต้องมีเธอ
มาเติมเต็มเขา
เสิ่นจืออี้ยิ้มตาหยีแล้วพยักหน้า
“ได้สิ”
“เดี๋ยวฉันต้องโทรหาเผิงรุ่ย ชวนเธอออกมากินข้าวด้วยกันด้วย”
