เสิ่นจืออี้สวมชุดว่ายน้ำคล้องคอสีฟ้าอ่อน
เว้าตรงเอว
ส่วนขอบกระโปรงสีขาวน่ารักอยู่สองข้างต้นขา
ผ้าพันแผลบนไหล่ถูกเธอแกะออกแล้ว
ท่ามกลางราตรีอันมืดสลัวและแสงไฟริบหรี่ที่ส่องลอดผนังหิน เผยให้เห็นรอยแผลตกสะเก็ดจาง ๆ บริเวณไหล่ด้านหลังของเธอเลือนราง
แต่เธอไม่ใส่ใจ
ตอนอาบน้ำเมื่อครู่ เธอก็โดนน้ำเหมือนกัน
ไม่ได้รู้สึกไม่สบายแม้แต่น้อย
เธอเดินเข้ามาแล้วนั่งยอง ๆ ริมบ่อน้ำ ใช้เท้าแตะน้ำดูก่อน
เมื่อแน่ใจว่าอุณหภูมิกำลังพอดี
เธอก็ถอนหายใจอย่างสบายใจ หย่อนขาทั้งสองลงไปในบ่อ แล้วค่อย ๆ เลื่อนร่างทั้งร่างลงไป
เธอแหวกละลอกคลื่นบนผิวน้ำ เดินตรงมาหาเขา
เพียงแรกเห็นเธอ เจียงจิ้นหวังก็เกิดความหวาดหวั่นแปลกประหลาดขึ้นมา
เป็นความหวาดหวั่นที่มีต่อตัวเอง ต่อความยับยั้งชั่งใจที่ไม่อาจควบคุมได้
เจียงจิ้นหวังเอนหลังพิงขอบบ่อน้ำพุร้อน
หวังใช้ความเย็นจากผนังหินช่วยดับความร้อนในกาย
“คุณดื่มเหล้ามาหรือ?”
เสิ่นจืออี้หยุดข้างกายเขา มองแก้วเหล้าบนถาดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างใคร่รู้
“รสอะไรหรือ?” เธอเงยหน้ามองเขา “เทียบกับขวดที่อยู่ในร้านอาหารเมื่อกี้ อันไหนอร่อยกว่ากัน?”
เจียงจิ้นหวังบังคับสายตาให้ละจากร่างเธอ
ลูกกระเดือกขยับไหว
เขาตอบเสียงแหบพร่า “พอ ๆ กัน”
เสียงแมลงและเสียงนกร้องที่ยังได้ยินชัดเจนเมื่อครู่พลันเงียบหายไปหมด
เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นกระหน่ำจนหูอื้อ
ตึกตัก ตึกตัก
น้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้บ่อก็กำลังเดือดปุด ๆ เช่นเดียวกับความคิดและความปรารถนาอันพลุ่งพล่านในใจเขา
