เมื่อเห็นคนรู้จัก เจ้าดอกน้อยก็เกิดสนใจขึ้นมาทันที
หล่านเยว่เดินเข้าไป เห็นว่าคนของตระกูลจงและตระกูลไป๋ต่างทดสอบกันไปหมดแล้ว อีกด้านของประตูทดสอบจิตวิญญาณ ตระกูลจงมีสิบห้าคน ทางตระกูลไป๋มีสิบสามคน
คนตระกูลจงคึกคักยินดี ส่วนคนตระกูลไป๋นั้นห่อเหี่ยวไปบ้าง
เมื่อวานที่โรงเตี๊ยมได้ยินคนพูดว่า ตระกูลไป๋และตระกูลจงถือเป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีการคัดเลือกศิษย์ครั้งใหญ่ของสำนัก จะต้องประลองกันที่จำนวนบุตรหลานที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อตัดสินสิทธิ์ในการขุดเหมืองซึ่งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างหลงหยางกับหย่งเฟิง
ด้านนี้ของประตูทดสอบจิตวิญญาณ เหลือเพียงท่านชายสี่ตระกูลไป๋กับคุณหนูสามตระกูลจง มองเพียงเท่านี้ ถ้าดูจากจำนวนแล้ว ตระกูลจงคราวนี้ชนะแน่นอน
ในการคัดเลือกศิษย์ครั้งใหญ่ของสำนัก ผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่ามหาจอมปราณก็เข้าร่วมได้ เพียงแค่ผ่านการทดสอบของสำนัก ก็จะได้เป็นศิษย์สายในหรือศิษย์ระดับแก่นของสำนักโดยตรง
“คุณหนูสาม เชิญก่อนเถิด”
ท่านชายสี่ตระกูลไป๋ยิ้มพลางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ให้คุณหนูสามตระกูลจงไปก่อน
คุณหนูสามตระกูลจงชำเลืองมองเขา เงยหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แววตาดูมีท่วงท่าเหยียดหยาม
ก้าวย่างเข้าสู่ประตูทดสอบจิตวิญญาณ แสงสีน้ำเงินครามอ่อนนุ่มสาดส่องลงมา
“จงเทียนเจียวแห่งเมืองหลงหยาง รากจิตวิญญาณวารี ผ่าน!”
ศิษย์สำนักที่ประกาศรากจิตวิญญาณตะลึงไป ก่อนจะประกาศออกมาด้วยความตื่นเต้น รากจิตวิญญาณสวรรค์ที่หนึ่งในหมื่นคนจะพบสักคน ปีนี้ที่เมืองหย่งเฟิงกลับมีคนหนึ่ง
จงเทียนเจียวเชิดหน้าสูง ปรากฏรอยยิ้มภาคภูมิ พลางกวาดตามองคนรอบข้างอย่างช้า ๆ หยิ่งทะนงราวกับนกยูงรำแพน
